ที่สุดแห่งวงการฟุตบอล! ลิโอเนล เมสซี่ แข้งยอดเยี่ยมตลอดกาลของ บาร์เซโลน่า

ลิโอเนล เมสซี่ เป็นนักฟุตบอลชาว อาร์เจนติน่า ปัจจุบันเล่นอยู่ในสโมสรฟุตบอล บาร์เซโลน่า และทีมชาติในตำแหน่งกองหน้าหรือปีก เขายังถือสัญชาติสเปนอีกด้วย

ลิโอเนล เมสซี่ สุดยอดแข้งระดับโลกของ บาร์เซโลน่า ยักษ์ใหญ่แห่งเวที ลา ลีกา ปัจจุบันนี้เขาเป็นนักฟุตบอลยุโรปคนเดียวที่เก่งที่สุดในโลกของยุคนี้ ซึ่งรางวัลที่เขาได้รับมาก็บ่งบอกอยู่แล้วว่าเขายอดเยี่ยมแค่ไหน

ลิโอเนล เมสซี่

เมสซี่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของทวีปยุโรปและรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมของโลกแห่งปีเมื่อเขาอายุ 21 ปี และได้รับรางวัลในปี ค.ศ.2009 (นักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของทวีปยุโรปและรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมของโลกแห่งปี ค.ศ. 2009) และ ได้รับรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปี ค.ศ. 2010 และ 2011 โดยเมสซี่ยังถูกเปรียบเทียบถึงสไตล์การเล่นของเขาและความสามารถว่าเหมือน เดียโก มาราโดน่า ซึ่งมาราโน่าเองก็ยกย่องเมสซี่ว่าเป็นสุดยอดผู้เล่นและจะเป็นตำนานเหมือนกับเขา

เมสซีเป็นหนึ่งในนักเตะของบาร์ซ่าที่คว้าแชมป์ลาลีกา 5 ครั้ง แชมเปียนส์ลีก 3 ครั้ง ยิงประตูได้ 2 ประตูในนัดชิงชนะเลิศ กับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดทั้งในปี ค.ศ.2009 และ 2011 แต่เมสซี่พลาดการลงสนามในนัดที่บาร์เซโลน่าชนะอาร์เซนอลในปี ค.ศ. 2006 แต่ก็ได้รับเหรียญทองในฐานะผู้เล่นในการแข่งขัน และฤดูกาล 2010–11 ในรายการแชมเปี้ยนส์ลีก เมสซีถือว่าเป็นนักฟุตบอลที่ยิงประตูได้สูงสุดอันดับ 3 รองจากเกิร์ด มึลเลอร์และฌ็อง-ปีแยร์ ปาแป็ง แต่อย่างไรก็ตามเมสซี่เป็นนักเตะคนแรกที่ได้รับรางวัลผู้ทำประตูสูงสุดในแชมเปี้ยนส์ลีก 3 ปีติดต่อกัน หลังจากที่รายการนี้เปลี่ยนระบบการแข่งขันในปี ค.ศ. 1992

เมสซี่เริ่มเล่นฟุตบอลตั้งแต่อายุยังน้อยและบาร์เซโลนาก็ค้นพบความเก่งกาจของเขาอย่างรวดเร็ว โดยเมสซี่ออกจากทีมเยาวชนสโมสรกีฬานิวเวลส์โอลด์บอยส์เมืองโรซารีโอ เมื่อปี ค.ศ. 2000 ที่เขาฝึกฝนฟุตบอลอยู่และย้ายไปอยู่ยุโรปพร้อมครอบครัวแต่เมสซี่ซึ่งมีโรคขาดฮอร์โมนการเจริญเติบโตติดตัวมาและทางบาร์เซโลน่าก็เสนอในการรักษาโรคนี้ให้กับเมสซีโดยเมสซี่ลงเตะให้กับบาร์ซ่าครั้งแรกในฤดูกาล 2004-–05 และทำลายสถิติของทีมโดยเป็นผู้เล่นที่อายุน้อยที่สุดที่ทำประตูในลีกได้ ฤดูกาลแจ้งเกิดของเมสซี่คือฤดูกาล 2006-07 เขาเป็นผู้เล่นในทีมชุดใหญ่เต็มตัว และทำแฮตทริกได้ในศึกเอลกลาซีโกพอจบฤดูกาลเมสซี่ยิงประตูรวม 14 ประตู 26 เกมในลีก จากนั้นเมสซี่ก็ประสบความสำเร็จในอาชีพของเขาในฤดูกาล 2008-09 เขายิงประตู 38 ประตู เป็นนักเตะสำคัญของทีมในการเก็บชัยชนะ 3 รายการในฤดูกาลเดียวแต่แล้วสถิตินี้ก็ถูกทำลายไปในฤดูกาลถัดมา เมสซี่ฟอร์มร้อนแรงยิ่งขึ้น ในฤดูกาล 2009-10 เขายิงประตูไป 47 ประตูในทุกการแข่งขันเทียบเท่าสถิติของโรนัลโด้(บราซิล)ที่เคยทำให้กับบาร์เซโลน่าแต่เมสซี่ก็มาทำลายสถิติของตัวเองอีกครั้งในฤดูกาล 2010-11 กับประตู 53 ประตูในทุกการแข่งขัน

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอลสด ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

น่าทึ่ง! ตัวเลขอันน่ามหัศจรรย์ ของ ลิโอเนล เมสซี่ ในปี 2012

นับว่าเป็นปีทองอย่างแท้จริงสำหรับ ลิโอเนล เมสซี่ ยอดนักฟุตบอลแห่งยุคชาวอาร์เจนติน่าที่เกิดมาพร้อมด้วยพรสวรรค์แบบสุดยอด และถ้าหากให้นับผลงานเฉพาะในปี 2012

ลิโอเนล เมสซี่ สุดยอดแข้งระดับโลกของ บาร์เซโลน่า ยักษ์ใหญ่แห่งเวที ลา ลีกา ทำผลงานไำด้อย่างน่าทึ่ง ทั้งการทำลายสถิติยิงประตูสูงสุดในปีของ แกร์ด มุลเลอร์ ไปแบบขาดลอย 91 ประตูพร้อมสร้างสถิติการยิงประตูในเกมเดียวมากที่สุดที่ 5 ประตู ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ในนัดที่ บาร์ซ่า ถล่ม เลเวอร์คูเซ่น ไป 7-1 เมื่อเดือนมีนาคม 2012 และล่าสุด เมสซี่ ก็เพิ่งคว้ารางวัล ฟีฟ่า บัลลงดอร์ เป็นสมัยที่ 4 ติดต่อกันได้สำเร็จเป็นคนแรกอีกด้วย

ลิโอเนล เมสซี่

ตัวเลขมหัศจรรย์ ของ ลิโอเนล เมสซี่ ในปี 2012 ออกมาเป็นอย่างไรบ้าง มาชมกันเลย

เกมแข่งขันในระดับทีมชาติและสโมสร
เกมแข่งขันทั้งหมดของ บาร์เซโลน่า 63 เกม
เกมแข่งขันทั้งหมดของอาร์เจนติน่า 11 เกม
เกมแข่งขันทั้งหมด 74 เกม
เมสซี่ ลงเล่นทั้งหมด 69 เกม
เมสซี่ พลาดลงเล่น 5 เกม
เวลาลงเล่นทั้งหมด(บาร์เซโลน่าและอาร์เจนติน่า) คือ 6,600 นาที
เมสซี่ ลงเล่นทั้งหมด (บาร์เซโลน่าและอาร์เจนติน่า) คือ 5,973 นาที
เมสซี่ พลาดลงเล่น 687 นาที
เวลาลงเล่นทั้งหมดบาร์เซโลน่า
เฉพาะเกมในลีก ลาลีก้า สเปน
เกมการเเข่งขันทั้งหมดของ บาร์เซโลน่า คือ 39 เกม
เมสซี่ ลงเล่นทั้งหมด 38 เกม
เวลาลงเล่นทั้งหมดบาร์เซโลน่า คือ 3,510 นาที
เมสซี่ ลงเล่นทั้งหมด 3,361 นาที
เมสซี่ พลาดลงเล่น 149 นาที
เมสซี่ พลาดการทำประตูไป 10 จากทั้งหมด 39 เกม หรือเท่ากับว่า เมสซี่
ยิงประตูให้ บาร์เซโลน่า มากถึง 75% จากจำนวนประตูทั้งหมด
สถิติการยิงประตูใน 2012

ยิงประตูได้ทั้งหมด 91 ประตู
จากเท้าซ้าย 81 ประตู
จากเท้าขวา 7 ประตู
จากลูกโหม่ง 3 ประตู
บริเวณที่ยิงประตู
ในกรอบเขตโทษ 78 ประตู
นอกกรอบเขตโทษ 13 ประตู
จากลูกตาย (DEAD BALL)
จุดโทษ 14 ประตู
ฟรีคิก 7 ประตู
ช่วงระยะเวลาที่ เมสซี่ ยิงประตู
0-15 นาที ได้ 5 ประตู
16-30 นาที ได้ 18 ประตู
31-45 นาที ได้ 14 ประตู
46 – 60 นาที ได้ 13 ประตู
61- 75 นาที ได้ 17 ประตู
76 – 90 นาที ได้ 24 ประตู
** ในปี 2011 เมสซี่ ยิงประตูในช่วง 10 ทีแรกไม่ได้เลย
ยิงประตูให้กับบาร์เซโลน่าไป 79 ประตู

ยิงประตูให้กับทีมชาติอาร์เจนติน่าไป 12 ประตู
ยิงประตูใน ลาลี ก้า 59 ประตู
ยิงประตูใน แชมเปี้ยนส์ ลีก 13 ประตู
ยิงประตูใน โคป้า เดล เลย์ 5 ประตู
ยิงประตูใน สแปนิช ซูเปอร์คัพ 2 ประตู
ยิงประตูใน ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก 5 ประตู
ยิงประตูใน เกมกระชับมิตร 7 ประตู
ยิงประตูในแต่ละเดือน
มกราคม 7 ประตู
กุมภาพันธ์ 10 ประตู
มีนาคม 13 ประตู
เมษายน 9 ประตู
พฤษภาคม 8 ประตู
มิถุนายน 4 ประตู
กรกฎาคม 0 ประตู
สิงหาคม 7 ประตู
กันยายน 5 ประตู
ตุลาคม 10 ประตู
พฤศจิกายน 9 ประตู

ธันวาคม 9 ประตู
ระยะทางการทำประตู 14.8 หลา หรือประมาณ 13.5 เมตร
ช่วงเวลาในการยิงประตู
ช่วงกลางวัน(ก่อนพระอาทิตย์ตกดิน) : 16 ประตู เท่ากับ 571 นาที
ที่ลงเล่น คิดเป็น 36 นาทีต่อประตู
ช่วงกลางคืน : 75 ประตู เท่ากับ 5,402 นาที ที่ลงเล่น คิดเป็น 72
นาทีต่อประตู
ช่วงเวลาทั้งหมดที่ เมสซี่ ยิงได้ มี 37 นาที คือ 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9, 10,
13, 14, 15, 19, 21, 23, 24, 26, 30, 32, 36, 37, 38, 40, 46, 50, 53, 54, 55,
62, 66, 68, 69, 75, 82, 83, 87

ดูจากตัวเลขที่บ่งบอกแล้ว ไม่แปลกเลยที่แข้งอาเจนไตน์รายนี้ได้รับรางวัลมากมายตลอดชีวิตค้าแข้งของเขา

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอลสด ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

ราคาไม่เคยตก! “ลิโอเนล เมสซี่” ยังคงครองค่าตัวที่แพงที่สุดในโลกอยู่

ลิโอเนล เมสซี่ ยังคงเป็นนักฟุตบอลที่มีค่าตัวแพงที่สุดในโลกจากการประเมินของ ซีไออีเอส ด้วยมูลค่าสูงถึง 8,800 ล้าน ทิ้งห่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ แบบไม่เห็นฝุ่น

ลิโอเนล เมสซี่ สตาร์ดังแห่ง ลาลีกา ถูกประเมินค่าตัวของตนจาก ซีไออีเอส ว่าเขาเป็นแข้งที่มีค่าตัวแพงมากเป็นอันดับ 1 ของโลก ถึงแม้ช่วงนี้จะมีการทุ่มซื้อแข้งระดับโลกมากมายอย่างบ้าคลั่ง แต่ก็ยังไม่มีทีมไหนกล้าทุ่มงบกระชักแข้งต่างดาวรายนี้ได้

ลิโอเนล เมสซี่

ศูนย์การศึกษาเพื่อกีฬานานาชาติหรือซีไออีเอสของประเทศสวิตเซอร์แลนด์เปิดเผยผลวิจัยเรื่องค่าตัวนักฟุตบอลในยุคปัจจุบันโดยประเมินจากประสิทธิภาพของผู้เล่น อายุ สัญญาที่เหลือกับทีมต้นสังกัดและผลงานปัจจุบันซึ่งได้เริ่มทำวิจัยในเรื่องดังกล่าวกันมาตั้งแต่ปี 2009 ภายใต้ข้อมูลพื้นฐานของการโยกย้ายนักเตะมากกว่า 1,500 กรณี ปรากฏว่า ลิโอเนล เมสซี ดาวเตะกัปตันทีมชาติอาร์เจนตินาของ “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลน่า ยักษ์ใหญ่แห่งศึกลาลีกา สเปน ขึ้นแท่นเป็นนักฟุตบอลที่มีค่าตัวจากการประเมินแพงที่สุดในโลกด้วยมูลค่าทางการตลาดสูงถึง 220 ล้านยูโร(ประมาณ 8,800 ล้านบาท)

แม้ดาวเตะวัย 27 ปีรายนี้จะไร้ความสำเร็จจากในช่วงตลอดปี 2014 ไม่ว่าจะเป็นในระดับสโมสรที่ทำได้เพียงดับเบิลรองแชมป์ถึง 2 รายการ คือ รองแชมป์ลาลีกา สเปน และรองแชมป์โคปา เดล เรย์ รวมถึงในเกมระดับชาติที่นำทีมชาติบ้านเกิด “ฟ้าขาว” อาร์เจนตินา ไปได้ไกลที่สุดเพียงแค่ตำแหน่งรองแชมป์ฟุตบอลโลก 2014 เท่านั้น แต่ เมสซี ยังคงโชว์ฟอร์มในภาพรวมได้อย่างยอดเยี่ยมโดยเฉพาะผลงานการยิงประตูที่ไล่ทุบสถิติต่างๆ ได้หลายรายการจึงยังคงเป็นนักเตะที่มีมูลค่าทางการตลาดมากที่สุดในโลก

ขณะที่อันดับ 2 เป็นของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ปีกกัปตันทีมชาติโปรตุเกสของ “ราชันชุดขาว” รีล มาดริด แชมป์สโมสรโลกจากสเปน ด้วยมูลค่าสูงถึง 133 ล้านยูโร (ประมาณ 5,320 ล้านบาท) ซึ่งน้อยกว่าเมสซี อยู่ถึง 87 ล้านยูโร (ประมาณ 3,480 ล้านบาท) ส่วนอันดับ 3 ได้แก่ เอดอง อาซาร์ด กองกลางทีมชาติเบลเยียมของ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี ยักษ์ใหญ่แห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ด้วยมูลค่า 99 ล้านยูโร (ประมาณ 3,960 ล้านบาท)

ด้าน แกเรธ เบล ปีกทีมชาติเวลส์ของรีล มาดริด รั้งอันดับ 9 แม้จะเป็นเจ้าของสถิตินักเตะที่มีค่าตัวแพงที่สุดในโลกคนปัจจุบัน หลังย้ายมาจาก “ไก่เดือยทอง” สเปอร์ส ทีมดังจากลีกลูกหนังเมืองผู้ดี เมื่อช่วงปี 2013 ด้วยราคาสูงถึง 100 ล้านยูโร (ประมาณ 4,000 ล้านบาท) แต่กลับมีมูลค่าจากประเมินของซีไออีเอสเพียง 60 ล้านยูโร (ประมาณ 2,400 ล้านบาท)

ส่วนในรายของ เนย์มาร์ กองหน้าชื่อดังทีมชาติบราซิลของบาร์เซโลนา ไม่มีรายชื่ออยู่ในกลุ่ม “ท็อปเท็น” ตามโผ 10 อันดับแรก เพราะมีมูลค่าจากประเมินอยู่ที่ 58 ล้านยูโร(ประมาณ 2,320 ล้านบาท) เช่นเดียวกับเพื่อนร่วมทีมต้นสังกัด อย่าง หลุยส์ ซัวเรซ หัวหอกทีมชาติอุรุกวัย ที่รั้งอันดับ 16 มีมูลค่าจากการประเมินอยู่ที่ 48 ล้านยูโร (ประมาณ 1,920 ล้านบาท)

สรุป 10 อันดับแรก 1.ลิโอเนล เมสซี (อาร์เจนตินา/บาร์เซโลนา) 220 ล้านยูโร 2.คริสเตียโน
โรนัลโด (โปรตุเกส/รีล มาดริด) 133 ล้านยูโร 3.เอดอง อาซาร์ด (เบลเยียม/เชลซี) 99 ล้านยูโร 4.ดิเอโก คอสตา (สเปน/เชลซี) 84 ล้านยูโร 5.พอล พ็อกบา(ฝรั่งเศส/ยูเวนตุส) 72 ล้านยูโร 6.เซร์คิโอ อาเกโร(อาร์เจนตินา/แมนฯ ซิตี) 65 ล้านยูโร 7.ราฮีม สเตอร์ลิง (อังกฤษ/ลิเวอร์พูล) 63 ล้านยูโร 8.เชส ฟาเบรกาส (สเปน/เชลซี) 62 ล้านยูโร 9.อเลกซิส ซานเชซ (ชิลี/อาร์เซนอล) 61 ล้านยูโร 10.แกเรธ เบล(เวลส์/รีล มาดริด) 60 ล้านยูโร

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอลสด ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

งานวิวาห์แห่งศตวรรษ! เมสซี จัดงานวิวาห์สุดหรูใน อาร์เจนตินา

ลิโอเนล เมสซี่ นักฟุตบอลทีมชาติอาร์เจนตินาและทีม บาร์เซโลน่า แต่งงานกับแฟนสาวที่คบกันมาตั้งแต่วัยเด็ก

ลิโอเนล เมสซี่ แข้งต่างดาวจาก บาร์เซโลน่า สุดยอดทีมจากเวที ลาลีกา จัดงานที่บ้านเกิดของเขาในอาร์เจนตินาเมื่อวานนี้ (30 มิ.ย.) โดยงานจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่จนได้รับการกล่าวขานว่าเป็น “งานแต่งงานแห่งศตวรรษ”

ลิโอเนล เมสซี่

นักฟุตบอลชื่อดังวัย 30 ปี แต่งงานกับ อันโตเนลลา โรคูซโซ แฟนสาววัย 29 ปี ที่โรงแรมหรูในเมืองโรซาริโอ โดยมีแขกไปร่วมงาน 260 คน ในจำนวนนี้มีทั้งเพื่อนนักฟุตบอลและเหล่าคนดัง อาทิ เพื่อนร่วมทีมบาร์เซโลนาอย่าง ลูอิส ซัวเรซ, เนย์มาร์, เจอร์ราร์ด ปิเก และนักร้องดังภรรยาของเขา ชากีรา ทั้งยังมีตำรวจหลายร้อยนายคอยรักษาความปลอดภัยบริเวณงาน

อย่างไรก็ตาม หนังสือพิมพ์คลารินรายงานว่าเมสซีไม่ได้เชิญผู้จัดการทีมคนที่แล้ว ๆ มาของเขา รวมถึง เป็ป กัวร์ดิโอลา ซึ่งคุมทีมแมนเชสเตอร์ซิตีอยู่ในปัจจุบัน สื่อท้องถิ่นรายงานว่า
ดิเอโก มาราโดนา นักฟุตบอลในตำนานของอาร์เจนตินาก็ไม่ได้อยู่ในรายชื่อแขกที่ได้รับเชิญเช่นกัน

นักเตะศูนย์หน้าของทีมชาติอาร์เจนตินาและทีมบาร์เซโลนารู้จักกับแฟนสาวครั้งแรกตั้งแต่เขายังเป็นเด็กก่อนที่จะย้ายไปสเปนตอนอายุเพียง 13 ปี

หนังสือพิมพ์คลารินของอาร์เจนตินาบรรยายงานแต่งงานนี้ไว้หลากหลายทั้ง “งานแต่งงานแห่งปี” และ “งานแต่งงานแห่งศตวรรษ”

ก่อนงานเริ่มฝูงชนพากันไปรวมตัวกันที่สนามบินท้องถิ่นของเมืองโดยหวังจะได้เห็นแขกผู้มีชื่อเสียงที่มาร่วมงานบริษัทรักษาความปลอดภัยตั้งศูนย์ปฏิบัติงานอยู่ภายในตัวโรงแรมเพื่อป้อง
กันไม่ให้บุคคลที่ไม่ได้รับเชิญแอบเข้างานได้

ผู้จัดงานระบุว่า มีนักข่าวประมาณ 150 คน ที่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปอยู่ในบริเวณที่จัดไว้ให้สื่อมวลชนแต่ก็ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในทุกพื้นของงาน

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอลสด วิเคราะห์บอล ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

‘เมสซี่’ เริ่มต้นฤดูกาลด้วยการเปลี่ยนลุคครั้งใหญ่ เซอร์ไพรส์แฟนบอลทุกคน

ลิโอเนล เมสซี่ เปลี่ยนสีผมเป็นสีแพลทตินั่มบลอนด์ และเริ่มไว้หนวดเคราโดยให้เหตุผลในการเปลี่ยนลุคครั้งนี้ว่าต้องการรู้สึกถึงการเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ ในปี 2017-2018

ลิโอเนล เมสซี่ สุดยอดแข้งดังระดับโลกของ บาร์เซโลน่า สุดยอดสโมสรแห่งเวที ลาลีกา ได้ทำการเปลี่ยนแปลงตนเองด้วยการไว้หนวดเครา ซึ่งให้เหตุผลว่า ทำให้เหมือนการเริ่มต้นใหม่ ต้อนรับฤดูกาลใหม่ที่กำลังจะมาถึง

ลิโอเนล เมสซี่

วันที่ 17 สิงหาคม 2016 เมสซี่พา บาร์เซโลน่า คว้าแชมป์แรกของฤดูกาล คือ แชมป์สแปนิช ซูเปอร์คัพ (ซูเปร์โคปา เด เอสปาญา) โดยเอาชนะเซบีญาไปได้ทั้ง 2 เลคเหย้าเยือน ซึ่งรวม 2 เลค เมสซี่ทำได้ 1 ประตู 2 แอสซิสต์ เป็น Man of The Match ของทั้ง 2 นัด แชมป์นี้เป็นแชมป์ที่ 29
ของเมสซี่กับบาร์เซโลน่าแต่เป็นแชมป์ถ้วยแรกที่เมสซี่ได้รับในฐานะกัปตันทีมของบาร์เซโลน่า
เนื่องจากอันเดรส อิเนียสต้า กัปตันทีมที่ 1 นั้นไม่ได้ลงเล่นในนัดนี้

วันที่ 20 สิงหาคม 2016 เมสซี่ทำได้ 2 ประตูกับ 1 แอสซิสต์ ในเกมลีค นัดเปิดฤดูกาล โดยบาร์เซโลนาเปิดบ้านเอาชนะ เรอัล เบติส ไปได้ 6-2 ประตู โดยเมสซี่ได้คะแนนความสามารถเต็ม 10
และเป็น Man of The Match ในนัดนี้

วันที่ 13 กันยายน 2016 เมสซี่ทำแฮตทริกที่ 40 ในชีวิตการค้าแข้งได้ โดยเมสซี่ทำแฮตทริก
และ 1 แอสซิสต์ ในเกมบาร์เซโลนา เปิดบ้านรับกลาสโกลว์ เซลติก ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก นัดแรก รอบแบ่งกลุ่มแฮตทริกครั้งนี้ถือเป็นแฮตทริกที่ 6 ของเมสซี่ในการแข่งขันยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก

วันที่ 17 กันยายน 2016 เมสซี่เป็นนักฟุตบอลคนแรกของลาลีกา สเปน ที่สามารถทำประตูได้ใน 34 สนามแตกต่างกัน จากการเบิ้ลทำ 2 ประตู กับอีก 1 แอสซิสต์ ในเกมลีกที่บาร์เซโลน่าออกไปเยือนสนาม เอสตาดิโอ มูนิซิปาล บูร์ตาเก้ของเลกาเนส ทำลายสถิติเดิมของ ราอูล กอนซาเลซ ที่เคยทำไว้ 33 สนาม[208]

วันที่ 21 กันยายน 2016 ในเกมลีก นัดบาร์เซโลน่า เปิดบ้านรับแอตเลติโก มาดริด เมสซี่ ได้รับบาดเจ็บกล้ามเนื้อโคนขาหนีบด้านขวาจากจังหวะปะทะกับ ดิเอโก้ โกดิน จนเล่นต่อไม่ไหว
ต้องเปลี่ยนตัวออก ซึ่งหลังจากเมสซี่ถูกเปลี่ยนตัวออกบาร์เซโลนาก็ถูกตีเสมอ จบเกมที่ 1-1 ประตู
โดยผลการตรวจออกมาว่าเมสซี่ต้องพักรักษาตัว 3 สัปดาห์

วันที่ 15 ตุลาคม 2016 เมสซี่กลับมาลงสนามได้ในเกมลีก นัดเหย้า ระหว่างบาร์เซโลนา และ
เดปอร์ติโว ลากอรุนญา โดยเป็นตัวสำรองถูกส่งลงสนามในนาทีที่ 54 และแผลงฤทธิ์ทันที
โดยสัมผัสแรกของเขา ในนาทีที่ 57 คือการยิงประตูที่ 4 ให้บาร์เซโลนาเอาชนะคู่แข่งไปได้อย่าง
สวยงาม

วันที่ 19 ตุลาคม 2016 เกมแชมเปี้ยนส์ลีก นัดเปิดบ้านรับสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ซิตี
เมสซี่ทำแฮตทริกที่ 2 ของฤดูกาลได้สำเร็จ และในวันที่ 22 ตุลาคม 2016 เมสซี่ยิง 2 ประตูในเกมลีกช่วยให้บาร์เซโลนาเอาชนะบาเลนเซียไปได้อย่างฉิวเฉียดที่สนามเมสตาย่าของบาเลนเซีย

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอล ไฮไลท์ฟุตบอล นักฟุตบอลคนอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

บุญทุ่มยิ้ม! เมสซี่ ต่อสัญญากับ บาร์ซ่า ไปอีก 4 ปีเรียบร้อยแล้ว

ลิโอเนล เมสซี่ ดาวยิงอาเจนไตน์ตกลงต่อสัญญากับ บาร์เซโลน่า แล้ว โดยสโมสรให้สัญญากับเมสซี่ไปอีก 4 ปี และสานต่อตำนานต่อไป

ลิโอเนล เมสซี่ แข้งต่างดาวของ บาร์เซโลน่า มหาอำนาจลูกหนัง ลาลีกา ประกาศยืนยัน
เมสซี่ ซูเปอร์สตาร์ประจำทีมจรดปากกาต่อสัญญากับทีมออกไปถึงปี 2021 เรียบร้อยแล้ว

ลิโอเนล เมสซี่

 

ดาวยิงทีมชาติอาร์เจนตินาย้ายมาร่วมถิ่นคัมป์นูตั้งแต่อายุ 13 ขวบ เมื่อปี 2000 ก่อนพัฒนาฝีเท้าจนก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่และเป็นกำลังสำคัญของทีมจนถึงปัจจุบันนี้

ทั้งนี้ ทรายงานระบุว่าบาร์ซาตั้งค่าฉีกสัญญาของเมสซีในสัญญาใหม่ไว้สูงถึง 300 ล้านยูโร
เพื่อกันท่าบรรดาทีมเงินถุงเงินถังพรากนักเตะไปร่วมทีมในอนาคต

ตั้งแต่การเริ่มต้นเข้าสู่ยุค 3 ประสานของบาร์เซโลน่า ที่มี หลุยส์ ซัวเรส รับบทบาทกองหน้าขนาดแท้
ดูเหมือนว่าเมสซี่จะมีส่วนร่วมในการขึ้นเกมมากอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนทั้งๆ ที่แนวทางของเขายังคุ้นเคยอยู่กับการเล่นเกมรุกอันดุดันมากกว่าเน้นการครองบอล ซึ่งการเล่นเกมรุกในลักษณะนี้ของเขามันไม่ได้ทำแต่ประตูเท่านั้นแต่มันช่วยสร้างสรรค์ประตูอีกด้วย

ลูกยิงฟรีคิกของเมสซี่ยอดเยี่ยมอยู่แล้ว ตลอดระยาเวลาหลายที่ผ่านมาเขาสามารถทำประตูมากมายจากลูกฟรีคิกรวมทั้งหนึ่งประตูที่เขายิงได้ในเกมที่อาร์เจนติน่าพบกับสหรัฐอมริกาในศึกโคปา อเมริกา ที่ทำให้เขาได้เข้าชิงรางวัลปุสกัส อวอร์ด ในปีนี้

สำหรับผู้เล่นในแนวรุกที่ชื่นชอบการทำสิ่งเหนือความคาดหมายเมสซี่ได้พิสูจน์แล้วว่าเขาจ่ายบอลได้อย่างยอดเยี่ยมในการเล่นให้บาร์เซโลน่า (โดยเฉพาะตอนที่ อันเดรียส อิเนียสต้า บาดเจ็บ) แต่ทักษะนี้กลับไม่ได้เกิดขึ้นในการแทคติกของทีมชาติอาร์เจนติน่าการเล่นให้ทีมชาติเมสซี่ถูกบังคับให้เป็นทั้งคนโยนบอลและพังประตูในเวลาเดียวกัน ซึ่งบางครั้งก็ไม่มีมนุษย์คนไหนในทำมันออกมาได้ดีหรอก

เมสซี่ยุคใหม่ เปรียบได้กับเด็กน้อยขี้อายที่ไม่พูดอะไรในห้องแต่งตัวที่ขอให้เพื่อนร่วมทีมออกไปที่ห้องแถลงข่าวด้วยกันกับเขาจากนั้นก็คว้าไมโครโฟนและบอกเหตุผลว่าทำไมทีมของเขาถึงจะไม่พูดกับสื่ออีกว่า “ไม่เคยได้รับความเคารพและนั่นคือสิ่งที่เกินจะรับได้” ใช่แล้ว นี่คือเมสซี่ 3.0

ดาวยิงบาร์เซโลน่าคงจะจบปี 2016 ด้วยการเป็นนักเตะที่ยิงและจ่ายได้มากกว่านี้ เนื่องจากผู้เล่นแนวรุกที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดในโลกอย่างเขาจะมีสถิติเหนือชาวบ้านชาวเมืองเขาไปจนถึงสิ้นสุดเดือนพฤศจิกายน (ยิง 52 จ่าย 34 ประตู) จริงอยู่ว่าเขาอาจจะไม่ได้ถือลูกบอลทองคำ (บัลลงดอร์)
ในครั้งนี้ แต่นั่นก็ไม่อาจซ่อนเร้นสิ่งที่เกิดขึ้นในปี 2016 ของเขาได้เช่นเดียวกับถ้อยแถลงสำหรับการก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในโลกอนาคตไม่ว่าเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นกับบาร์เซโลน่าที่มี หลุยส์ เอ็นริเก้ เป็นโค้ช หรือที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่มีกวาร์ดิโอล่าคุมทีม นั่นคือสิ่งที่ยังไงก็คงได้เห็น เชื่อกันว่าเมื่อฤดูกาลแข่งขันเปิดเจ้าตัวคงตั้งใจที่จะทำลายสถิติต่างๆของสโมสรแห่งนี้อีก อย่างแน่นอน

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอล ไฮไลท์ฟุตบอล นักฟุตบอลคนอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

สืบสานต่อ! ลิโอเนล เมสซี่ แข้งต่างดาว กับอนาคตที่กำลังจะมาถึง

ลิโอเนล เมสซี่ มีการพัฒนาได้อย่างรวดเร็วอย่างน่าประหลาดใจ แล้วเขาก็ได้ก้าวขึ้นเป็นดาวเด่นในทีมเยาวชนของบาร์เซโลน่าและได้เข้าสู่ทีมบาร์เซโลน่า บี ในเวลาต่อมา พร้อมทั้งทำผลงานได้ดีเรื่อยมา

ลิโอเนล เมสซี่

ลิโอเนล เมสซี่ ก็ได้โอกาสเข้ามาอยู่กับทีมชุดใหญ่ของ บาร์เซโลน่า จนถือเป็นนักเตะที่อายุน้อยที่สุดในทีม บาร์เซโลน่า ด้วยวัยเพียงแค่ 17 ปี เท่านั้น แต่อย่างไรก็ดี เขาปฏิเสธที่จะเข้าร่วมกับทีมชาติของ สเปน เพื่อกลับไปรับใช้ชาติเป็นสมาชิกทีมฟุตบอลเยาวชนของ อาร์เจนตินา ซึ่งเมสซี่ได้สร้างประวัติศาสตร์ลูกหนังที่วงการฟุตบอลเยาวชนต้องจารึก เมื่อเขาฟาด 6 ประตูรวด พาทัพฟ้าขาวครองแชมป์ศึกลูกหนังรุ่นเยาวชนได้อย่างสง่างามพร้อมคว้าตำแหน่งนักเตะยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์มาครอง

จากนั้นจึงเลื่อนขั้นรับใช้ทั้งบาร์เซโลน่าและทีมชาติอาร์เจนตินาในฐานะนักเตะชุดใหญ่ในที่สุดงในฐานะสมาชิกทีมเยาวชนของบาร์เซโลน่า

ไม่เพียงสร้างตำนานให้วงการฟุตบอลเยาวชนเท่านั้น เมสซี่ ยังสร้างประวัติศาสตร์น่าจดจที่ทำให้
วงการลูกหนังตะลึงในการแข่งขันศึกชิงถ้วยประจำปีของสโมสรฟุตบอลสเปน โกปาเดลเรย์
ปี 2007 (พ.ศ. 2550) เมื่อเขายิงประตูในระยะเดียวกับที่ มาราโดน่า เคยทำหลบจำนวนทีมคู่แข่งเท่ากัน (6 คน) และทำประตูในตำแหน่งที่ใกล้เคียงกันมากทั้งยังวิ่งไปที่ธงมุมสนามเหมือนอย่างที่ เสือเตี้ย ดิเอโก้ มาราโดน่า ตำนานแข้งแห่งทัพฟ้าขาว เคยทำไว้ในปี 1986 (พ.ศ. 2529) ในนัดแข่งขันกับทีมชาติอังกฤษ ที่เม็กซิโก จนแต้มที่เข้าไปตุงตาข่ายลูกนั้นถูกเรียกว่า “ประตูแห่งประวัติศาสตร์” ด้วยสไตล์การเล่นและความสามารถที่เรียกได้ว่าแทบเทียบชั้น “หัตถ์พระเจ้า” ทำให้สื่อทั่วโลกพากันชื่นชม เมสซี่ ในฐานะ “มาราโดน่าคนใหม่” อีกทั้งสื่อสเปนยังตั้งฉายาให้กับเขาว่า “เมสซี่โดน่า” อีกด้วย

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอล ไฮไลท์ฟุตบอล นักฟุตบอลคนอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

สุดยอดแข้งลูกหนัง! เมสซี่ กับความสำเร็จที่กว่าจะได้มา ต้องผ่านอะไรมาบ้าง

ลิโอเนล เมสซี่ สุดยอดนักฟุตบอลที่ไม่มีใครไม่รู้จักในยุคปัจจุบันนี้ กับชีวิตค้าแข้งบนเวทีลูกหนังที่คว้ารางวัลมากมาย

ลิโอเนล เมสซี่

ลิโอเนล เมสซี่ มีชื่อเต็มว่า ลีโอเนล อันเดรส เลโอ” เมสซี กูซีตีนี เกิดเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ค.ศ. 1987 เป็นนักฟุตบอลชาวอาร์เจนตินา ปัจจุบันเล่นอยู่ในสโมสรฟุตบอล บาร์เซโลน่า และฟุตบอลทีมชาติ อาร์เจนตินา ในตำแหน่งกองหน้าหรือปีก โดยเขายังถือสัญชาติสเปนอีกด้วย ซึ่งทำให้เขาถือว่าเป็นนักฟุตบอลยุโรป

ปี 1995 เมสซี่จึงไปเข้าสังกัด นีเวลล์ โอลด์ บอย ตอนนั้นเขาอายุ 11 ปี แต่เมสซี่มีปัญหาเรื่องการเจริญเติบโตของฮอร์โมนทำให้เขาคัวเล็กกว่าเด็กวัยเดียวกันมาก ขณะนั้น คาเรส เรซัคส์ สปอร์ตไดเรกเตอร์ของบาร์เซโลน่าก็ได้เห็นแววเจ้าหนูคนนี้จึงยื่นข้อเสนอที่จะเซ็นสัญญาให้กับเค้า
พร้อมกับจ่ายค่ายาในการรักษาตัวด้วย ถ้าเมสซี่ตกลงจะย้ายมาใช้ชีวิตใหม่ในสเปนกับบาร์ซ่า
ตั้งแต่นั้นมาครอบครัวเมสซี่จึงย้ายไปอยู่ในสเปนกัน

ในปี 2005-06 เมสซี่ได้สัญชาติสเปนจึงได้ลงเล่นใน ลา ลีกา ลีกสูงสุดสเปนเป็นครั้งแรกเมสซี่ฉายแววในการเป็นนักเตะเวิล์ดคลาสตั้งแต่แรกๆ โดยประตูแรกของเขานั้นกระดกข้ามหัวประตูอัลบาเซเต้ไปอย่างเหนือชั้นเมสซี่ซึ่งซัดไป 6 ลูก จาก 17 เกมในลีก และอีก 1 ลูกจาแชมเปี้ยนลีกทั้งยังมีส่วนช่วยในการพาทีมเอาชนะรีล มาดริด และ เชลซีอีกด้วยแต่ต่อมาเขาก็ได้รับบาดเจ็บกระดูกนิ้วเท้าแตก ต้องพักอย่างน้อย 2 เดือนทำให้ต้องพลาดการลงเล่นทั้งฤดูกาลที่เหลือ ซึ่งในฤดูกาลนั้นบาร์ซ่าก็ได้เป็นจ้าวยุโรป

ปี 2006-07 เมสซี่โชว์ฟอร์มสุดยอดอย่างสม่ำเสมอประกอบกับการเจ็บยาวของเอโต้และแผงหลังอันอ่อนยวบของบาร์ซ่าทำให้ทีมนั้นต้องพึ่งเขาโดยตลอด แต่ในเกมนัดเจอซาราโกซ่าเมสซี่ก็เกิดอาการบาดเจ็บจนต้องพักยาวไป 3 เดือน ซึ่งตอนนั้นเองก็ได้มีข่าวลือว่าอินเตอร์มิลานสนใจคว้าเจ้าหนูรายนี้ไปครอง

ปี 2007-08 ในฤดูกาลนี้ตลอดจนถึงปัจจุบันโรนัลดินโญ่มีปัญหาอาการบาดเจ็บตลอดจนรูปร่างที่จะคล้ายเหยินใหญ่เข้าไปทุกทีทำให้ฟอร์มการเล่นถดถอยไปเยอะทำให้บาร์ซ่าต้องฝากแนวรุกไว้ที่เมสซี่คนนี้ ฤดูกาลนี้เมสซี่ซัดไปแล้ว 15 เม็ด จาก 29 นัด

กับทีมชาติ อาร์เจนติน่า ปี 2005 รุ่นยู 20 เมสซี่พาทีมคว้าแชมป์โลกที่ฮอลแลนด์ตัวเค้าเองก็ยังคว้าตำแหน่งผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมน์อีกด้วยนับว่าเป็นผลงานที่แจ้งเกิดให้เมสซี่เต็มตัวหลังจากนั้นชีวิตเค้าก็รุ่งเรืองขึ้นมาเรื่อยๆ จนในวันที่ 17 สิงหาคม 2005 เค้าได้ลงประเดิมเกมแรกกับทีมชาติชุดใหญ่ ในการพบกับฮังการีแต่นับว่าเป็นการประเดิมที่ไม่สวยหรูเอาซะเลยเพราะเมสซี่โดนใบแดงจากที่ลงสนามไปแค่ไม่ถึง 2 นาที จนเค้าต้องออกจากสนามไปพร้อมกับน้ำตา ปัจจุบัน เมสซี่ยังเป็นกำลังสำคัญของบาร์ซ่าในเกมรุกต่อไปโดยทั้งสื่อมวลชน และตำนานนักเตะทั้งหลายไม่ว่าจะเป็น มาราโดน่าต๊อตติ โยฮัน ครอยฟ์ โรนัลดินโญ่ ไรจการ์ด ฟรานซ์ เบ๊คเคนบราวน์ต่างยกย่องว่าเจ้าหนูคนนี้จะเป็นักเตะเวิล์ดคลาสในไม่ช้านี้แน่

ด้านชีวิตคู่ มิถุนายน ค.ศ.2017 เมสซี่ได้ฤกษ์จูงแฟนสาว อันโตเนลา รอกกุซโซ เข้าพิธีแต่งงาน ณ เมืองโรซารีโอ บ้านเกิดของทั้งคู่ หลังคบกันฉันคนรักมาได้เกือบ 10 ปี โดยงานแต่งงานจัดขึ้นอย่างสุดหรูที่โรงแรมพูลแมนซิตี้เซ็นเตอร์ โรซารีโอเมสซี่อาจจะไม่มีลีลาการสับขาหยอกสยองแบบหนูโด้
แต่สเต๊ปเท้าในการเปลี่ยนทางบอลบวกกับความเร็วในการลากเลื้อยของเค้านั้นสุดยอดจริงๆ ไปง่ายๆ แต่เร็วและชัวร์ มีเซนส์ในการยิงบอลเยี่ยม

ล่าสุด เมสซี่ได้ทำการเปลี่ยนลุคครั้งใหญ่ เซอร์ไพรส์แฟนบอลทุกคนคือการเปลี่ยนสีผมเป็นสี
แพลทตินั่มบลอนด์ และเริ่มไว้หนวดเคราโดยให้เหตุผลในการเปลี่ยนลุคครั้งนี้ว่าต้องการรู้สึกถึงการเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ

สำหรับแฟนบอลท่านใดกลัวที่จะพลาดข่าวสารบอล ข่าวฟุตบอล ผลบอลสด ผลบอลเมื่อคืน โปรแกรมบอล ไฮไลท์ฟุตบอล ข่าวกีฬาอื่นๆ ไม่ต้องเป็นห่วง ท่านเพียงติดตามเพจพวกเรา กดไลค์ กดแชร์ ไว้เลย รับประกันข่าวคุณภาพจะไปอยู่ในมือท่านอย่างแน่นอน

บทบาทใหม่! เมสซี่ เปลี่ยนตัวเองกับบทบาทใหม่ในสนาม

มีการพูดคุยถึง ลิโอเนล เมสซี่ หลายต่อหลายครั้งด้วยความเห็นที่แบ่งเป็น 2 ฝ่ายว่า เมื่อเขาอายุเพิ่มมากขึ้นหรืออาจช้าลงกว่าที่เป็นอยู่เขาควรจะเล่นในตำแหน่งหน้าเป้ากางมุ้งรอบอลอย่างเดียว หรือคงตำแหน่งเพลย์เมกเกอร์หมายเลข 10 แบบที่ทำมาเป็น 10 ปี นั้นดี

ลิโอเนล เมสซี่

ลิโอเนล เมสซี่ แข้งต่างดาวของ บาร์เซโลน่า เจ้าบุญทุ่ม จากเวที ลา ลีกา ออกมาเผยว่า
พร้อมยอมรับกับตำแหน่งใหม่ เพราะด้วยอายุที่มากขึ้นแล้ว ทำให้ความคิด ความเร็ว ได้ดรอปลงไปเยอะเมสซี่ มีอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อถึง 2 ตำแหน่ง ยิงจุดโทษข้ามคานจนทำให้ทีมชาติอาร์เจนติน่า
แพ้ในนัดชิงโคปา อเมริกา และยังประกาศอำลาทีมชาติหลังจบเกม (ก่อนจะตัดสินใจกลับมารับใช้
ทีมชาติอีกหน) แต่ เมสซี่ ก็มีทุกเหตุผลที่ทำให้เขายังมีความสุขได้ นั่นเพราะปี 2016 คือปีแห่งการราชาภิเษกของเมสซี่ยุคใหม่ที่เขาจะทำให้พวกเขาสนุกกับฤดูกาลแข่งขันข้างหน้าอย่างแน่นอน

ตั้งแต่การเริ่มต้นเข้าสู่ยุค 3 ประสานของบาร์เซโลน่า ที่มี หลุยส์ ซัวเรส รับบทบาทกองหน้าขนาดแท้ดูเหมือนว่าเมสซี่จะมีส่วนร่วมในการขึ้นเกมมากอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทั้งๆ ที่แนวทางของเขายังคุ้นเคยอยู่กับการเล่นเกมรุกอันดุดันมากกว่าเน้นการครองบอล ซึ่งการเล่นเกมรุกในลักษณะนี้ของเขามันไม่ได้ทำแต่ประตูเท่านั้น แต่มันช่วยสร้างสรรค์ประตูอีกด้วยลูกยิงฟรีคิกของเมสซี่ยอดเยี่ยมอยู่แล้ว ตลอดระยาเวลาหลายที่ผ่านมาเขาสามารถทำประตูมากมายจากลูกฟรีคิก รวมทั้งหนึ่งประตูที่เขายิงได้ในเกมที่อาร์เจนติน่าพบกับสหรัฐอมริกา ในศึกโคปา อเมริกา ที่ทำให้เขาได้เข้าชิงรางวัล
ปุสกัส อวอร์ด

หลังการประกาศอำลาทีมชาติอาร์เจนติน่าในวันที่ไม่ได้แชมป์อะไรเลย (เขาไม่ชนะการแข่งขันระดับนาชาติติดต่อกันถึง 4 ครั้ง แบ่งเป็นโคปา อเมริกา 3 ครั้ง และฟุตบอลโลกอีก 1 ครั้ง) เขาก็ปรากฏตัวด้วยลุกขาวโพลนเปลี่ยนทั้งผมและเคราให้เป็นสีบลอนด์อ่อนๆ เขายอมรับภายหลังว่ามันเป็นวิธีที่ทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองอยากเริ่มต้นใหม่อีกครั้งหนึ่ง นั่นก็ถือว่าเขาประสบความสำเร็จแล้วเหมือนกัน ด้วยการเข้าช่วยไม่ให้อาร์เจนติน่าต้องเผชิญกับสถานการณ์อันตรายอย่างการไม่ผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1970

ช่วงเวลา 12 ปีหลังจากเขาเปิดตัวนัดแรกในสีเสื้อของบาร์เซโลน่า เมสซี่ก็ได้ปลดล็อกเวอร์ชั่น 3.0 ของตัวเองได้สำเร็จ จากผู้เล่นตำแหน่งปีกขวาจอมทะลุทะลวง (เวอร์ชั่น 1.0) และนักเตะจอมถล่มประตูในกรอบเขตโทษ (เวอร์ชั่น 2) ที่ทั้ง 2 เวอร์ชั่นได้ เป๊บ กวาร์ดิโอล่า สร้างเอาไว้ให้ ตอนนี้เมสซี่ได้เปลี่ยนสไตล์ของตัวเองใหม่ให้กลายเป็น “นักกลยุทธ์” ที่สามารถตัดสินใจได้ดีว่าเมื่อไหร่ควรยิง เมื่อไหร่ควรจ่าย เมื่อไหร่ควรลากบอลเข้าไปในเขตโทษหรือเมื่อไหร่ควรสนุกอยู่กับการมองภาพกว้างของเกม

แฟนบอลทุกท่านสามารถติดตาม ข่าวฟุตบอล ผลบอลสด ตารางบอล โปรแกรมบอล ไฮไลท์ฟุตบอล จากเพจพวกเราได้ เพียงแค่ ติดตาม กดไลค์ กดแชร์ เพจพวกเราไว้ เท่านี้ก็จะไม่พลาดข่าวสารใหม่ๆ จากเพจของพวกเราอย่างแน่นอน

มนุษย์ต่างดาว! เมสซี่ เกิดมาเพื่อทำลายทุกสถิติ

ลิโอเนล เมสซี่ ดาวเตะที่เกิดมาเพื่อทำลายทุกสถิติที่เรียงหน้าเข้ามา เขาคือจอมทุบสถิติตัวจริงเสียงจริง ทั้งในลาลีก้า และ ใน ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก

ลิโอเนล เมสซี่

ลิโอเนล เมสซี่ เครื่องจักรถล่มประตูของ บาร์เซโลน่า ยักษ์ใหญ่แห่งศึก ลา ลีกา สเปน สร้างสถิติยิงให้ “เจ้าบุญทุ่ม” 324 ประตู มากกว่าดาวซัลโวตลอดกาลของ เรอัล มาดริด ทุกคน ซึ่งรวมถึง
ราอูล กอนซาเลซ ตำนานกองหน้า “ราชันชุดขาว” ที่ยิงไป 323 ลูกเรียบร้อยแล้ว

เจ้าของบัลลังก์ดอร์ 5 สมัย ใช้เวลาแค่ 10 ปีเท่านั้น ในการรัวยิงประตู 324 ลูก จากการลงเล่น
388 นัด รวมทุกรายการ ขณะที่ ราอูล ใช้เวลาถึง 16 ฤดูกาล ถึงจะยิงได้ 323 ประตู จาก 741 นัด นอกจากนี้ เมสซี่ ยังทำสถิติยิงในถ้วยแชมเปี้ยนส์ ลีก 62 ประตู ตามหลัง ราอูล เจ้าของดาว
ยิงสูงสุดตลอดกาลแค่ 9 ลูกเท่านั้น

นอกจากนี้ ลิโอเนล เมสซี่ แนวรุกระดับซุปเปอร์สตาร์ชาวอาร์เจนไตน์ ของ “ทัพต่างดาว”
บาร์เซโลน่ากลายเป็นผู้เล่นที่ทำประตูเกมเหย้าในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้มากที่สุดตลอดกาลเรียบร้อยแล้ว หลังเจ้าตัวซัดประตูไปแล้ว 50 ลูก แซงหน้า ราอูล กอนซาเลซ ตำนานกองหน้า
เรอัล มาดริด ที่ทำไว้ 49 ประตู โดยเกมล่าสุด “เมสซี่” ยิงเพิ่ม 3 ลูก ในเกมเปิดรัง “คัมป์ นู” ไล่ถล่ม แมนเชสเตอร์ ซิตี้
ขาดลอย 4-0 เมื่อวันพุธที่ 19 ตุลาคม ที่ผ่านมา

โดยก่อนหน้านี้ “เมสซี่” เพิ่งทำลายสถิติยิงประตูเกมเหย้าในศึก ลาลีกา สเปน ได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์ด้วยจำนวน 180 ประตู แซงหน้าสถิติเดิม 179 ประตู ของ เตลโม่ ซาร์ร่า ตำนานหัวหอก แอธเลติก บิลเบา โดยที่อันดับ 3 เป็น อัลเฟรโด้ ดิสเตฟาโน่ ตำนานดาวยิง เรอัล มาดริด ที่ยิงได้ 151 ประตู ส่วนอันดับ 4 คือ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ปีกความเร็วจรวด ของ “ราชันชุดขาว” ที่ยิงไปแล้ว 150 ประตู

สำหรับ เมสซี่ กองหน้าซุปเปอร์สตาร์ชาวอาร์เจนไตน์ ของ “ทัพต่างดาว” บาร์เซโลน่า ลงเล่นให้ต้นสังกัดไปแล้ว 543 เกม ถล่มตาข่ายไป 468 ลูก และ 218 แอสซิสต์ ปัจจุบันดาวเตะสายพันธุ์ต่างดาวรายนี้ มีค่าตัวอยู่ที่ 120 ล้านปอนด์ (ประมาณ 5,150.2 ล้านบาท) เลยทีเดียว

แฟนบอลทุกท่านสามารถติดตาม ข่าวฟุตบอล ผลบอลสด ตารางบอล โปรแกรมบอล ไฮไลท์ฟุตบอล จากเพจพวกเราได้ เพียงแค่ ติดตาม กดไลค์ กดแชร์ เพจพวกเราไว้ เท่านี้ก็จะไม่พลาดข่าวสารใหม่ๆ จากเพจของพวกเราอย่างแน่นอน