เล็งไว้แล้ว! 6 ทีมที่พร้อมคว้าตัว “เมสซี่” หากไม่ต่อสัญญากับ บาร์เซโลน่า

ลิโอเนล เมสซี่ เพลย์เมกเกอร์ตัวเก่งของ “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลน่า กำลังมีข่าวหนาหู เกี่ยวกับการย้ายทีมของนักเตะก็มีบรรดาทีมยักษ์ใหญ่จากประเทศต่างๆ

ลิโอเนล เมสซี่ จะย้ายทีมเขามีค่าฉักสัญญาอยู่ที่ 175 ล้านปอนด์ และค่าเหนื่อยของเมสซี่ เขารับจาก บาร์เซโลน่า อยู่ที่ 500,000 ปอนด์/สัปดาห์ หลังจากหักภาษีแล้ว เขาจะได้รับเนาะๆ ที่ 256,000 ปอนด์/สัปดาห์

ลิโอเนล เมสซี่

1. แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
ปีศาจแดง ที่พึ่งได้ผู้สนับสนุนรายใหม่อย่าง อาดิดาส เซ็นสัญญายาว 10 ปี รับเละถึง 750 ล้านปอนด์ และ อาดิดาส ยังประกาศอีกว่าพร้อมจะหนุนหาก แมนยู ต้องการจะซื้อตัว เมสซี่ มิหนำซ้ำ แมนยู ยังเป็นทีมที่ขายเสื้อแข่งขันได้เยอะที่สุดเป็นอันดับ 2 ของปีนี้อีกด้วย และถ้าหากเราไปดูที่ค่าเหนื่อยของนักเตะในทีมนักเตะที่มีค่าเหนื่อยเกิน 2 แสนปอนด์/สัปดาห์ มีสูงถึง 6 คนเลยทีเดียว ถ้ากล่าวถึงเรื่องของทุนทรัพย์แล้ว ยังไง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็เป็น 1 ทีมที่สามารถคว้าตัว เมสซี่ มาร่วมทัพได้

2. แมนเชสเตอร์ ซิตี้
เศรษฐีพรีเมียร์ลีกอย่าง เรือใบสีฟ้า ก็เป็นอีกทีมที่สามารถซื้อตัวเมสซี่ มาร่วมทัพได้ ซึ่งทาง ชี้ค มานซูร์ บิน ซายเอ็ด อัล นาห์ยาน อภิมหาเศรษฐีเจ้าของสโมสรแมนซิตี้ ที่มีทรัพย์สินอยู่ราวกว่า 4 หมื่นล้านปอนด์ ในฤดูกาลนี้ แมนซิตี้ ได้ดึงเอา กุนซือสมองเพชรอย่าง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า มาคุมทัพ ร่วมไปถึงดึงตัว บรรดาบิ๊กเนมอย่าง อิคาย กุนโดกัน, โนริโต้, จอห์น สโตน และ เคลาดิโอ บราโว่ เป็นต้น ความสัมพันธ์ของ กุนซือ เป๊ป กับ เมสซี่ ยังคงแนบแน่นกันอยู่ดังนั้นแมนซิตี้ จึงเป็นอีก 1 ทีมที่สามารถคว้าตัว เมสซี่ มาร่วมทัพได้

3. ปารีส แซงต์ แชร์กแมง
เปแอสเช สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเมืองน้ำหอม ที่ถูกขนานนามว่าเป็นทีมที่รวยอีกทีมนึงและพวกเขาก็มักจะแสดงความบ้าคลั่งซื้อนักเตะด้วยมูลค่าแพงมหาศาลให้เห็นอยู่บ่อย ๆ ซึ่งมั่นใจได้เลยว่า ค่าเหนื่อยระดับไหนก็ตามที่เมสซี่ ต้องการ หรือแม้แต่จะจ่ายหนักเพื่อให้ บาร์ซ่ายอมปล่อยตัวก่อนจะเสียฟรี เจ้าของทีมยอมทุ่มให้ได้อยู่แล้ว อยู่ที่ว่าเมสซี่ จะสนใจไปค้าแข้งในเมืองน้ำหอมหรือไม่

4. เชลซี
สิงห์บูล ที่มีเจ้าของทีมอย่าง “เสี่ยหมี” โรมัน อับราโมวิช มหาเศรษฐีชาวรัสเซียที่เคยสร้างความตกตะลึงในการดึงตัวนักเตะอย่าง เฟอร์นันโด ตอร์เรส ด้วยค่าตัว 50 ล้านปอนด์มาแล้ว ถึงราคาจะไม่เท่าไร แต่ถ้ามองไปลึกๆแล้ว ก็มองเห็นความใจถึงที่มีต่อตลาดนักเตะของโรมัน อับราโมวิช ได้อย่างชัดเจนดังนั้นถ้าดูเรื่องของกำลังทรัพย์บวกกับความใจถึงของเจ้าของทีมแล้ว เชลซี ก็เป็นอีกทีมที่มีโอกาสดึงตัว เมสซี่ ม่าร่วมทัพเช่นกัน

5. เรอัล มาดริด
มาดริด ก็เป็นอีกทีมที่สามารถซื้อตัวนักเตะระดับโลกมาร่วมทัพได้อย่างสบายๆ แต่หลายคนก็มองว่ามาดริด เป็นทีมคู่อริ คู่รักคู่แค้นของ บาร์ซ่า มาโดยตลอด เมสซี่ไม่มีทางจะย้ายมาเล่นให้อย่างแน่นอน แต่คิดไปคิดมาแล้วเมื่อในอดีตก็เคยมีคนที่ย้ายข้ามฟากตรง ๆ จาก บาร์ซ่า ไปอยู่ มาดริดแถมคนนั้นยังเป็นกัปตันระดับตำนานของสโมสรอย่าง หลุยส์ ฟิโก้ อีกด้วย ฉะนั้นแล้วอะไรมันก็อาจจะเกิดขึ้นได้

6. บาเยิร์น มิวนิค
เป็นสโมสรที่มีการตลาดถือว่าดีมาก อีกหนึ่งทีมเพราะสปอร์นเซอร์คาดอกของบาเยิร์นมีราคาที่แพง รวมไปถึงค่าตั๋วชมเกมและค่าโฆษณา ลิขสิทธิ์ต่างๆ และยังมีซูเปอร์สตาร์ดาวดังอีกหลายคนอย่าง โทมัส มูลเลอร์, โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้, อาเยน ร็อบเบน เป็นต้น เป็นทีมจากเมืองเบียร์ที่ถือว่ารวยมาก อีกหนึ่งทีม สามารถดึงตัว เมสซี่มาร่วมทีมได้อย่างไม่ยากเย็น

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอลสด ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

เทพยังพลาด! เมสซี่ โดนแบน 4 เกมรวด ทำให้ ฟ้าขาว สุดเซ็ง

ลิโอเนล เมสซี่ แข้งต่างดาวของทีมชาติ อาร์เจนติน่า ถูกแบนจากฟีฟ่า(FIFA) เพราะสบถด่าไลน์แมนระหว่างเกมที่อาร์เจนติน่าเอาชนะทีมชาติชิลีแล้วโดนลงโทษย้อนหลัง

มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากเลขาของทีมอาร์เจนติน่า ว่า ฟีฟ่าได้ลงโทษแบน ลิโอเนล เมสซี สตาร์ดังของ บาร์เซโลน่า ในเกมระดับนานาชาติจำนวน 4 เกม

ลิโอเนล เมสซี่

สำหรับบทลงโทษนี้จะทำให้แข้งต่างดาวรายนี้หมดสิทธิ์ลงช่วยทีมชาติของตนจนกระทั่งนัดสุดท้ายของรอบคัดเลือกฟุตบอลโลกที่จะพบกับเอกวาดอร์เลยทีเดียวและบทลงโทษนี้มีการแจ้งให้ทราบเพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนทีมฟ้าขาวจะลงดวลแข้งกับโบลิเวียที่ลาปาส

“เรารู้สึกประหลาดใจกับบทลงโทษที่ได้รับพวกเราหัวเสียกันสุด ๆ เพราะการลงโทษนี้เกิดขึ้นก่อนเกมถัดไปไม่กี่ชั่วโมง”

“เราจะยื่นอุธรณ์กับทางฟีฟ่าเคยมีกรณีตัวอย่างก่อนหน้านี้ที่เชื่อว่าบทลงโทษนี้จะลดลงได้”

“เมสซีรู้สึกเศร้าเหมือนกับพวกเราทุกคนเราไม่เห็นด้วยกับบทลงโทษที่พวกเขาตัดสินมา”

สำหรับบทลงโทษของเมสซีนั้นเกิดจากการปฏิกิริยาของเจ้าตัวในเกมที่อาร์เจนติน่าเอาชนะชิลีในการแข่งขันฟุตบอลโลก รอบคัดเลือดโซนอเมริกาใต้ที่กรุงบูโนส ไอเรสสัปดาห์ก่อน

หลังจากถูกเป่าฟาวล์ แข้งเทพวัย 29 ปี ก็แสดงท่าทางไม่พอใจและพูดจาหยาบคายกับคำตัดสินก่อนที่จะไม่จับมือกับกรรมการหลังจบเกม โดยเหตุการณ์นี้ไม่ได้อยู่ในรายงานจากผู้ตัดสินแต่เป็นการศึกษาของฟีฟ่าหลังจากได้ชมวีดีโอเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเมสซีจะถูกแบนสี่นัดและถูกปรับอีก 10,000 ฟรังก์สวิส

การขาดหายไปของกัปตันทีมรายนี้สร้างปัญหาในการจัดตัวผู้เล่นให้กับเอ็ดกาโด้ เบาซ่าผู้จัดการทีมฟ้าขาวที่จะต้องเตรียมนำขุนพลบุกไปโบลิเวียโดยพวกเขาจะขาดนิโคลัส โอตามเมนดี้ ฮาเวียร์ มาสเคราโน่ ลูคัส บิเกลีย และกอนซาโล่ อิกัวอิน ที่ติดโทษแบนนอกจากนี้ยังมีกาเบรียล เมอร์คาโดและเอ็มมานูเอล มาสที่หมดสิทธิ์ลงเล่นเนื่องจากบาดเจ็บที่แฮมสตริงและเข่าตามลำดับ

เปาโล ดีบาล่า น่าจะเริ่มต้นเป็นตำรองเพราะมีปัญหาบาดเจ็บเล็กน้อยที่ต้นขาจนถูกเปลี่ยนตัวออกในเกมที่เอาชนะชิลี นั้นหมายความว่าเซอร์จิโอ อเกวโร่จะได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงแทนที่ตำแหน่งของเมสซีนั้นเอง

การแบนในครั้งนี้ส่งผลเสียหายกับทีมอาร์เจนติน่าเป็นอย่างมากที่ต้องเสียผู้เล่นตัวหลักไปพร้อมกันหลายคนต้องติดตามผลการอุธรณ์ว่าจะสามารถลดโทษของเมสซีได้หรือไม่

โดยทีมอาร์เจนติน่าเป็นฝ่ายพ่ายไปต่อโบลิเวีย 2-0 ส่งผลให้อาร์เจนติน่าตกอยู่ในอันดับห้าของตารางคะแนนรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก โซนอเมริกาใต้ หากยังทำผลงานได้ไม่ดี พวกเขาอาจจะต้องไปเล่นนัดเพลย์ออฟกับทวีปอื่นเพื่อลุ้นตั๋วใบนี้ก็เป็นได้

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอลสด ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

คู่ปรับตลอดกาล! เมสซี่ คู่ปรับรางวัลแข้งยอดเยี่ยมตลอดกาลของ โรนัลโด้

แข้งสุดยอดยิ่งใหญ่ไม่มีใครเหนือกว่า ลิโอเนล เมสซี่ แข้งดังจาก บาร์เซโลน่า เพราะแน่นอนที่ต้องมีคู่ปรับอย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ สตาร์ดังจาก เรอัล มาดริด

ในรอบ 2 ปีหลังสุด ต้องยกให้เป็นปีทองของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่กวาดแชมป์รายการใหญ่กับทีมชาติโปรตุเกส และ เรอัล มาดริด มาได้ทั้งแชมป์ยูโร, ลาลีกา และแชมเปียนส์ลีก 2 สมัยซ้อน แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเขาจะสุดยอดยิ่งใหญ่เหนือกว่า ลิโอเนล เมสซี่ คู่ปรับตลอดกาลจาก บาร์เซโลน่า เพราะเป็นเรื่องของช่วงเวลา แต่ละทีมผลัดกันประสบความสำเร็จ

ลิโอเนล เมสซี่

วันเสาร์ที่ 24 มิ.ย.ที่ผ่านมา เมสซีฉลองครบรอบวันเกิด 30 ปีเต็ม เข้าสู่วัยหลัก 3 อย่างเป็นทางการเมสซีเกิดเมื่อ 24 มิ.ย. 1987 ที่เมืองโรซาริโอ ในอาร์เจนตินาเขาเป็นแฟนบอลทีมนีเวลส์ โอล บอยส์ ทีมดังประจำเมือง เข้าร่วมทีมตั้งแต่อายุ 6 ขวบ ตลอดระยะเวลา 6 ปีที่อยู่กับทีมเด็กของนีเวลส์ เมสซียิงได้กว่า 500 ประตูเมสซีและเพื่อนร่วมทีมชุดนั้นได้รับฉายาว่า “เครื่องจักรแห่งปี 87” ซึ่งหมายถึงปีเกิดของนักเตะส่วนใหญ่เป็นทีมที่เกือบจะไร้พ่ายในการแข่งขันบอลเยาวชนทุกรายการ

กองเชียร์นีเวลส์ชื่นชอบและเอ็นดูเด็กชุดนี้มากช่วงพักครึ่งเกมที่ทีมชุดใหญ่ของสโมสรเล่นในบ้าน เจ้าหนูเครื่องจักรแห่งปี 1987 ลงสนามโชว์ลูกเล่น ทักษะต่างๆในสนามเป็นประจำแต่ตอนที่เมสซีอายุ 10 ขวบ มีปัญหาสุขภาพเป็นโรคเกี่ยวกับฮอร์โมนการเจริญเติบโตบกพร่อง พ่อของเขามีประกันสุขภาพที่ครอบคลุมโรคนี้แค่ 2 ปี หลังจากนั้นต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาเอง ตก เดือนละ 1,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 30,000 บาทแรกๆนีเวลส์ยินดีรับผิดชอบค่าใช้จ่าย
แต่ต่อมาก็ผิดสัญญาเลิกจ่าย สโมสรริเวอร์เพลต

ทีมยักษ์ใหญ่จากเมืองหลวง “บูเอโนส ไอเรส” ที่มีปาโบล ไอมาร์ นักเตะขวัญใจของเมสซีร่วมทีมอยู่ มีทีท่าสนใจที่จะนำเมสซีไปร่วมทีมแต่แล้วก็ล้มเลิกความตั้งใจเพราะจ่ายค่าดูแลโรคประจำตัวของเมสซีไม่ไหวเพราะช่วงนั้นอาร์เจนตินากำลังถังแตกประสบปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจขั้นสาหัสโชคดีที่ครอบครัวของเมสซีมีญาติอยู่ในคาตาลัน จึงหาทางไปทดสอบฝีเท้ากับบาร์เซโลนาเมื่อเดือน ก.ย.ปี 2000 ชาร์ลี เรซัค ผู้อำนวยการทีมชุดใหญ่ของบาร์ซา อยากจับเมสซีเซ็นสัญญาทันทีแต่บอร์ดบริหารหลายคนลังเล เพราะสมัยนั้นไม่ค่อยมีทีมในยุโรปเซ็นสัญญากับนักเตะต่างแดนอายุน้อยครอบครัวเมสซีรอไม่ไหวจึงยื่นคำขาดว่า จะเซ็นหรือไม่ ในที่สุดบาร์ซาก็ตอบตกลงช่วงแรกอาจมีปัญหาเรื่องการปรับตัว คิดถึงบ้านความขัดแย้งเรื่องการย้ายทีมกับนีเวลส์ ต้นสังกัดเดิมทำให้เมสซีไม่ค่อยได้ลงสนามมากนัก

แต่เวลาผ่านไปปัญหาต่างๆคลี่คลายลง เมสซีใช้ชีวิตใน “ลา มาเซีย” อคาเดมีของบาร์ซา โชว์ความมหัศจรรย์ตั้งแต่เด็กจนโตผ่านการเล่นร่วมกับนักเตะระดับโลกของสโมสรมากมายมาจนถึงปัจจุบันเป็นดาวซัลโวตลอดกาลของบาร์ซา 507 ประตู ได้แชมป์ลาลีกา 8 สมัย, แชมเปียนส์ลีก 4 สมัย และบัลลงดอร์ 5 สมัย

สถิติต่างๆยังไม่หยุดแค่นี้ ฝีเท้าของเมสซียังไม่มีวี่แววว่าจะถดถอยเจ้าตัวบอกว่าต้องการปักหลักค้าแข้งกับบาร์ซาไปจนแขวนสตั๊ดโอกาสที่ลีกอื่นๆจะนำเขาไปประดับบารมีจึงเป็นเรื่องยากแต่โลกฟุตบอลไม่มีอะไรแน่นอนถึงวันหนึ่งบาร์ซาอาจจะอยากได้เงินก้อนโตจากการขายเมสซีก็เป็นได้

ส่วนเรื่องการคว้าแชมป์โลกเพื่อการันตี ความเป็นสุดยอดนักเตะตลอดกาลนั้นดิเอโก มาราโดนา เทพเจ้าลูกหนังอาร์เจนตินา บอกว่า ไม่จำเป็นสำหรับเมสซีแค่นี้เขาก็ถูกบันทึกอยู่ในประวัติศาสตร์ฟุตบอลอย่างยิ่งใหญ่แล้ว

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอลสด ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

ย้อนรอย! เมสซี่ เบิ้ลให้ “บาร์เซโลน่า” งัดฟอร์มสุดยอดหลังไล่ถลุงเอาชนะ “ม้าลาย”

ย้อนรอย เมื่อ ลีโอเนล เมสซี่ งัดฟอร์มสุดยอดหลังไล่ถลุงเอาชนะ “ม้าลาย” ยูเวนตุส ไปแบบไม่ไว้หน้า 3-0 ซัดคนเดียว 2 ประตู ในศึก ยูฟ่า แชมป์เปียนส์ ลีก

ลิโอเนล เมสซี่ ดาวยิงอาเจนไตน์ของ บาร์เซโลน่า ที่เคยเหมาคนเดียวสองประตูพาทีมล้างแค้น ยูเวนตุส สำเร็จหลังซีซั่นก่อนตกรอบ 8 ทีมสุดท้ายชนิดเจาะตาข่ายไม่ได้ ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม ดี ที่ผ่านมา

ลิโอเนล เมสซี่

บาร์เซโลน่าทีมแกร่งของสเปนมีการปรับทัพแดนหน้าเล็กน้อยให้ อุสมาน เดมเบเล่ ปีกชาวฝรั่งเศสลงมาเล่นเป็นสามประสานร่วมกับ หลุยส์ ซัวเรซ และ ลิโอเนล เมสซี่ พร้อมใส่ชื่อ เปาลินโญ่ มิดฟิลด์รายใหม่ชาวบราซิลเป็นสำรอง

ทางด้าน ”ไอ้ม้าลาย” ยูเวนตุส ยอดทีมของอิตาลีภายใต้การคุมทัพของ มัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี ต้องขาด จอร์โจ้ คิเอลลินี่ กับ มาริโอ มานด์ซูคิช ที่ร่างกายไม่สมบูรณ์รวมไปถึงหมดสิทธิ์ใช้งาน ซามี่ เคดิร่า และ เคลาดิโอ มาร์คิซิโอ ที่ยังไม่หายเจ็บ

ในแดนกลางวาง มิราเล็ม ปานิช คุมเกมกับ แบลส มาตุยดี้ ปล่อยให้ เปาโล ดีบาล่า กับ ดั๊กลาส คอสต้า ปั้นเกมให้กับ กอนซาโล่ อิกวาอินหัวหอกชาวอาร์เจนไตน์เข้าทำประตู

เปิดเกมครึ่งแรกมาได้แค่ 6 นาทียูเว่ทักทายก่อนจากจังหวะที่ กอนซาโล่ อิกวาอิน เปิดบอลให้กับ มัตเตีย เด ชีโย่ ยิงด้วยซ้ายจากนอกเขตโทษบอลเฉี่ยวเสาซ้ายออกไป

สามนาทีต่อมาไอ้ม้าลายเดินหน้าต่อ ดั๊กลาส คอสต้า เปิดบอลให้กับ เปาโล ดีบาล่า กดด้วยซ้ายในกรอบเขตโทษด้านซ้ายไม่ผ่านมือของ มาร์ค-อันเดร แทร์ ชเตเก้น นายทวารของบาร์ซ่า

เกมดำเนินมาถึงนาทีที่ 12 ยูเว่ได้ลุ้นต่อเนื่องทีเดียว มาตุยดี้ไหลให้กับ มิราเล็ม ปานิช กดด้วยขวาในกรอบเขตโทษติดเซฟของ มาร์ค-อันเดร แทร์ ชเตเก้น

แปดนาทีให้หลังบาร์ซ่าได้ลุ้นหนแรก หลุยส์ ซัวเรซ กดด้วยขวาจากนอกเขตโทษติดเซฟของจานลุยจิ บุฟฟ่อน นายทวารยูเวนตุส

ผ่านมา 28 นาทีเกมแลกกันสนุกแล้วช่วงนี้ยูเว่ได้โอกาสดีบาล่าจ่ายให้กับอิกวาอินเพื่อนร่วมชาติตะบันด้วยซ้ายในกรอบเขตโทษด้านซ้ายไม่ผ่านมือของ มาร์ค-อันเดรแทร์ ชเตเก้น

ก่อนหมดครึ่งแรกสี่นาทียูเว่จำเป็นต้องเปลี่ยนมัตเตีย เด ชีโย่ วิงแบ็กกราบขวาที่บาดเจ็บออกมาพักแล้วส่ง สเตฟาโน่สตูราโร่ ลงมาเล่นแทน

นาทีสุดท้ายของครึ่งแรกเจ้าบ้านที่บุกน้อยกว่ามาได้ประตูขึ้นนำก่อนจากจังหวะที่ ลิโอเนล เมสซี่กระชากมาแล้วชิ่งขึ้นหน้าให้กับ หลุยส์ ซัวเรซ คืนบอลมาให้ เมสซี่เกี่ยวมายิงด้วยซ้ายจากกลางกรอบเขตโทษส่งบอลเข้าประตูไปอย่างสวยงามให้บาร์ซ่านำก่อน 1-0 เมื่อหมดครึ่งแรก และเป็นประตูที่ 95 ของเมสซี่แล้วในการเล่นถ้วยแชมเปี้ยนส์ ลีก กลับมาบู๊กันต่อในครึ่งเวลาหลังได้แค่สามนาที ยูเว่ลุยเข้าใส่ เปาโล ดีบาล่า ยิงด้วยซ้ายในกรอบเขตโทษบอลข้ามคานไป

กระเถิบมานาทีที่ 52 บาร์ซ่าน่าจะได้ประตูที่สองอย่างยิ่ง เมื่อ จอร์ดี้ อัลบา แบ็คซ้ายลุยขึ้นหน้ามาจ่ายขวางสนามจากซ้ายเข้าในให้ เมสซี่ตะบันด้วยซ้ายจากนอกเขตโทษบอลพุ่งวาบไปชนเสาเด้งออกมาโดนหลังของบุฟฟ่อน นายทวารของยูเว่แล้วเด้งหลุดกรอบไปอย่างน่าหวาดเสียว

อย่างไรก็ตามนาทีที่ 56 บาร์ซ่า นำห่าง 2-0 จนได้จากจังหวะที่เมสซี่พาบอลกระชากเข้ากรอบเขตโทษด้านขวาไปด้วยความเร็ว ก่อนปาดเข้ากลาง สเตฟาโน่ สตูราโร่ ที่ลงมาเป็นสำรองในช่วงท้ายครึ่งแรกนั้นหวดสกัดออกไปไม่ดี กลายเป็นตั้งให้กับ อีวาน ราคิติช กองกลางชาวโครแอตแปด้วยซ้ายเน้นๆจากกลางกรอบเขตโทษเข้าประตูไป

จากนั้นนาที่ 63 ยูเวนตุส แก้เกมด้วยการส่งเฟเดรีโก้ แบร์นาร์เดสคี่ มิดฟิลด์ดาวรุ่งลงมาเล่นแทน
โรดรีโก้ เบนตานกูร์ เจ้าถิ่นสวนเร็ว อัลบา เปิดจากกราบซ้ายให้ หลุยส์ ซัวเรซ แปด้วยขวาหลุดเสาแรกไปในนาทีที่ 66

เกมของบาร์ซ่า เฉียบขาดกว่ามาได้ประตูนำขาด 3-0 ในนาทีที่ 69 จากจังหวะที่ อิเนียสต้า จ่ายเร็วให้เมสซี่กระชากหนี อเล็กซ์ ซานโดร แบ็คซ้ายชาวบราซิลของยูเว่ เข้าไปทางกรอบเขตโทษด้านซ้ายก่อนซัดด้วยซ้ายหักข้อเล่นทางเข้าเสาไกลไปสุดงามเป็นประตูที่สองของเมสซี่ในเกมนี้ และเป็นประตูที่ 96 ของเจ้าตัว ล่วงเลยมานาทีที่ 77 เจ้าบุญทุ่ม ส่ง เปาลินโญ่ กองกลางรายใหม่ชาวบราซิล เล่นแทน ราคิติช

นาทีต่อมา บาร์ซ่า น่าได้ประตูเพิ่ม เมื่อ เปาลินโญ่ ที่เพิ่งลงมาจ่ายให้กับ ซัวเรซ หลุดไปส่งบอลเข้าประตูไป แต่ผู้ตัดสินไม่ให้เป่าเป็นล้ำหน้าไปก่อนแล้ว

ท้ายเกมนาทีที่ 81 ดีบาล่า ของยูเว่ ได้กดด้วยซ้ายจากหน้าเขตโทษ แต่ มาร์ค อันเดร แทร์ชเตเก้น ทิ้งตัวปัดออกหลังไปได้ทันเวลาที่เหลือทั้งสองทีมทำอะไรกันไม่ได้อีก จบเกม บาร์เซโลน่า เปิดรังถล่ม ยูเวนตุส ไปสวยงาม 3-0 เก็บสามแต้มเต็ม

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอลสด ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

สุดยอดดาวยิง!! เมสซี่ ซัดครบ 500 ตุงกับ บาร์เซโลน่า

สร้างสถิติใหม่ ลิโอเนล เมสซี่ ดาวยิงตัวเก่ง “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลน่า ซัดครบ 500 ประตู กับต้นสังกัด พร้อมก้าวขึ้นไปเป็นนักเตะที่ยิงประตูได้มากที่สุดในศึก เอล กลาสิโก้ ของ ลาลีกา สเปน

จุดเริ่มต้นของ ลิโอเนล เมสซี่ ในการค้าแข้งกับ บาร์เซโลน่า เริ่มเซ็นสัญญาเข้ามาร่วมทัพเมื่อปี 2004 ก่อนจะได้รับโอกาสให้ลงเล่นเกมลีกกับทีมชุดใหญ่เป็นนัดแรกด้วยวัยเพียงแค่ 17 ปีเท่านั้น ต่อมาในปี 2005 “เมสซี่” ก็ได้แจ้งเกิดอย่างเต็มตัวหลังจากซัดประตูแรกของตัวเองกับทีมชุดใหญ่ บนเวที ลา ลีกา สเปน พร้อมกับการได้รับเลือกให้ลงเล่นในศึก แชมเปี้ยนส์ ลีก

ลิโอเนล เมสซี่

ถัดมาในฤดูกาล 2005-06 “เมสซี่” ได้รับโอกาสให้ลงสนามมากขึ้น ทั้งในเกมลีก, โกปา เดล เรย์ และ แชมเปี้ยนส์ ลีก รวมแล้วทั้งหมด 26 นัด ยิงไป 9 ประตู ฤดูกาล 2006-07 ลงไป 36 นัดทุกรายการ ยิงไป 17 ประตู หลังจากนั้นก็ได้ลงสนามกับทีมชุดใหญ่อย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน พร้อมกับพาทีมคว้าแชมป์อย่างเป็นกอบเป็นกำ อาทิเช่น ลาลีกา 8 สมัย, ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก 4 สมัย, โกปา เดล เรย์ 4 สมัยและเป็นเจ้าของรางวัลบัลลงดอร์ 5 สมัย

อย่างไรก็ตามล่าสุดเจ้าตัวได้สร้างสถิติใหม่ไว้ให้จารึกเรียบร้อยแล้ว ด้วยการซัดครบ 500 ประตู กับ บาร์เซโลน่า ในเกมบุกไปเอาชนะ “เรอัล มาดริด” 3-2 เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 23 เมษายน ที่ผ่านมา โดยเกมนี้ “เมสซี่” ยิงไป 2ประตู คือในนาที 33 และนาที 92 (ประตูที่ 500) พร้อมกับการทำสถิติยิงประตูได้มากที่สุดในศึก เอล กลาสิโก้ 16 ประตู

ทั้งนี้ สำหรับ 500 ประตูของ “ลิโอเนล เมสซี่” มาจากลาลีกา สเปน 343 ประตูยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 94 ประตู โกปา เดล เรย์ 43 ประตู ซูเปอร์โกปา 12 ประตู ชิงแชมป์สโมสรโลก 5 ประตู ยูฟ่า ซูเปอร์คัพ 3 ประตู

มีนักเตะเพียงไม่กี่คนในโลกนี้ที่ยิงประตูให้ต้นสังกัดเพียงสโมสรเดียวถึง 500 ลูก และนี่คือบทพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ลิโอเนล เมสซี คือสุดยอดนักเตะของโลกในยุคนี้อย่างแท้จริง ด้วยวัยเพียง 29 ปี เชื่อว่าเมสซีจะเพิ่มยอดยิงประตูของเขากับบาร์เซโลนาได้อย่างแน่นอนอาจไปถึงหลัก 600 หรือ 700 ลูกก็ได้เพราะเจ้าตัวยังเล่นฟุตบอลระดับสูงสุดได้อีกหลายปี

นอกจากนี้เมสซียังกลายเป็นผู้เล่นที่ยิงประตูได้มากที่สุดในศึกเอล กลาสิโกที่เป็นเกมลีก โดยตอนนี้เขายิงไปแล้ว 16 ประตูแซงหน้าสถิติเดิมของอัลเฟรโด ดิ สเตฟาโน ตำนานดาวยิงของ เรอัล มาดริด ที่ทำไว้ 14 ประตู

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอลสด ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

ที่สุดแห่งวงการฟุตบอล! ลิโอเนล เมสซี่ แข้งยอดเยี่ยมตลอดกาลของ บาร์เซโลน่า

ลิโอเนล เมสซี่ เป็นนักฟุตบอลชาว อาร์เจนติน่า ปัจจุบันเล่นอยู่ในสโมสรฟุตบอล บาร์เซโลน่า และทีมชาติในตำแหน่งกองหน้าหรือปีก เขายังถือสัญชาติสเปนอีกด้วย

ลิโอเนล เมสซี่ สุดยอดแข้งระดับโลกของ บาร์เซโลน่า ยักษ์ใหญ่แห่งเวที ลา ลีกา ปัจจุบันนี้เขาเป็นนักฟุตบอลยุโรปคนเดียวที่เก่งที่สุดในโลกของยุคนี้ ซึ่งรางวัลที่เขาได้รับมาก็บ่งบอกอยู่แล้วว่าเขายอดเยี่ยมแค่ไหน

ลิโอเนล เมสซี่

เมสซี่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของทวีปยุโรปและรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมของโลกแห่งปีเมื่อเขาอายุ 21 ปี และได้รับรางวัลในปี ค.ศ.2009 (นักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของทวีปยุโรปและรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมของโลกแห่งปี ค.ศ. 2009) และ ได้รับรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปี ค.ศ. 2010 และ 2011 โดยเมสซี่ยังถูกเปรียบเทียบถึงสไตล์การเล่นของเขาและความสามารถว่าเหมือน เดียโก มาราโดน่า ซึ่งมาราโน่าเองก็ยกย่องเมสซี่ว่าเป็นสุดยอดผู้เล่นและจะเป็นตำนานเหมือนกับเขา

เมสซีเป็นหนึ่งในนักเตะของบาร์ซ่าที่คว้าแชมป์ลาลีกา 5 ครั้ง แชมเปียนส์ลีก 3 ครั้ง ยิงประตูได้ 2 ประตูในนัดชิงชนะเลิศ กับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดทั้งในปี ค.ศ.2009 และ 2011 แต่เมสซี่พลาดการลงสนามในนัดที่บาร์เซโลน่าชนะอาร์เซนอลในปี ค.ศ. 2006 แต่ก็ได้รับเหรียญทองในฐานะผู้เล่นในการแข่งขัน และฤดูกาล 2010–11 ในรายการแชมเปี้ยนส์ลีก เมสซีถือว่าเป็นนักฟุตบอลที่ยิงประตูได้สูงสุดอันดับ 3 รองจากเกิร์ด มึลเลอร์และฌ็อง-ปีแยร์ ปาแป็ง แต่อย่างไรก็ตามเมสซี่เป็นนักเตะคนแรกที่ได้รับรางวัลผู้ทำประตูสูงสุดในแชมเปี้ยนส์ลีก 3 ปีติดต่อกัน หลังจากที่รายการนี้เปลี่ยนระบบการแข่งขันในปี ค.ศ. 1992

เมสซี่เริ่มเล่นฟุตบอลตั้งแต่อายุยังน้อยและบาร์เซโลนาก็ค้นพบความเก่งกาจของเขาอย่างรวดเร็ว โดยเมสซี่ออกจากทีมเยาวชนสโมสรกีฬานิวเวลส์โอลด์บอยส์เมืองโรซารีโอ เมื่อปี ค.ศ. 2000 ที่เขาฝึกฝนฟุตบอลอยู่และย้ายไปอยู่ยุโรปพร้อมครอบครัวแต่เมสซี่ซึ่งมีโรคขาดฮอร์โมนการเจริญเติบโตติดตัวมาและทางบาร์เซโลน่าก็เสนอในการรักษาโรคนี้ให้กับเมสซีโดยเมสซี่ลงเตะให้กับบาร์ซ่าครั้งแรกในฤดูกาล 2004-–05 และทำลายสถิติของทีมโดยเป็นผู้เล่นที่อายุน้อยที่สุดที่ทำประตูในลีกได้ ฤดูกาลแจ้งเกิดของเมสซี่คือฤดูกาล 2006-07 เขาเป็นผู้เล่นในทีมชุดใหญ่เต็มตัว และทำแฮตทริกได้ในศึกเอลกลาซีโกพอจบฤดูกาลเมสซี่ยิงประตูรวม 14 ประตู 26 เกมในลีก จากนั้นเมสซี่ก็ประสบความสำเร็จในอาชีพของเขาในฤดูกาล 2008-09 เขายิงประตู 38 ประตู เป็นนักเตะสำคัญของทีมในการเก็บชัยชนะ 3 รายการในฤดูกาลเดียวแต่แล้วสถิตินี้ก็ถูกทำลายไปในฤดูกาลถัดมา เมสซี่ฟอร์มร้อนแรงยิ่งขึ้น ในฤดูกาล 2009-10 เขายิงประตูไป 47 ประตูในทุกการแข่งขันเทียบเท่าสถิติของโรนัลโด้(บราซิล)ที่เคยทำให้กับบาร์เซโลน่าแต่เมสซี่ก็มาทำลายสถิติของตัวเองอีกครั้งในฤดูกาล 2010-11 กับประตู 53 ประตูในทุกการแข่งขัน

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอลสด ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

น่าทึ่ง! ตัวเลขอันน่ามหัศจรรย์ ของ ลิโอเนล เมสซี่ ในปี 2012

นับว่าเป็นปีทองอย่างแท้จริงสำหรับ ลิโอเนล เมสซี่ ยอดนักฟุตบอลแห่งยุคชาวอาร์เจนติน่าที่เกิดมาพร้อมด้วยพรสวรรค์แบบสุดยอด และถ้าหากให้นับผลงานเฉพาะในปี 2012

ลิโอเนล เมสซี่ สุดยอดแข้งระดับโลกของ บาร์เซโลน่า ยักษ์ใหญ่แห่งเวที ลา ลีกา ทำผลงานไำด้อย่างน่าทึ่ง ทั้งการทำลายสถิติยิงประตูสูงสุดในปีของ แกร์ด มุลเลอร์ ไปแบบขาดลอย 91 ประตูพร้อมสร้างสถิติการยิงประตูในเกมเดียวมากที่สุดที่ 5 ประตู ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ในนัดที่ บาร์ซ่า ถล่ม เลเวอร์คูเซ่น ไป 7-1 เมื่อเดือนมีนาคม 2012 และล่าสุด เมสซี่ ก็เพิ่งคว้ารางวัล ฟีฟ่า บัลลงดอร์ เป็นสมัยที่ 4 ติดต่อกันได้สำเร็จเป็นคนแรกอีกด้วย

ลิโอเนล เมสซี่

ตัวเลขมหัศจรรย์ ของ ลิโอเนล เมสซี่ ในปี 2012 ออกมาเป็นอย่างไรบ้าง มาชมกันเลย

เกมแข่งขันในระดับทีมชาติและสโมสร
เกมแข่งขันทั้งหมดของ บาร์เซโลน่า 63 เกม
เกมแข่งขันทั้งหมดของอาร์เจนติน่า 11 เกม
เกมแข่งขันทั้งหมด 74 เกม
เมสซี่ ลงเล่นทั้งหมด 69 เกม
เมสซี่ พลาดลงเล่น 5 เกม
เวลาลงเล่นทั้งหมด(บาร์เซโลน่าและอาร์เจนติน่า) คือ 6,600 นาที
เมสซี่ ลงเล่นทั้งหมด (บาร์เซโลน่าและอาร์เจนติน่า) คือ 5,973 นาที
เมสซี่ พลาดลงเล่น 687 นาที
เวลาลงเล่นทั้งหมดบาร์เซโลน่า
เฉพาะเกมในลีก ลาลีก้า สเปน
เกมการเเข่งขันทั้งหมดของ บาร์เซโลน่า คือ 39 เกม
เมสซี่ ลงเล่นทั้งหมด 38 เกม
เวลาลงเล่นทั้งหมดบาร์เซโลน่า คือ 3,510 นาที
เมสซี่ ลงเล่นทั้งหมด 3,361 นาที
เมสซี่ พลาดลงเล่น 149 นาที
เมสซี่ พลาดการทำประตูไป 10 จากทั้งหมด 39 เกม หรือเท่ากับว่า เมสซี่
ยิงประตูให้ บาร์เซโลน่า มากถึง 75% จากจำนวนประตูทั้งหมด
สถิติการยิงประตูใน 2012

ยิงประตูได้ทั้งหมด 91 ประตู
จากเท้าซ้าย 81 ประตู
จากเท้าขวา 7 ประตู
จากลูกโหม่ง 3 ประตู
บริเวณที่ยิงประตู
ในกรอบเขตโทษ 78 ประตู
นอกกรอบเขตโทษ 13 ประตู
จากลูกตาย (DEAD BALL)
จุดโทษ 14 ประตู
ฟรีคิก 7 ประตู
ช่วงระยะเวลาที่ เมสซี่ ยิงประตู
0-15 นาที ได้ 5 ประตู
16-30 นาที ได้ 18 ประตู
31-45 นาที ได้ 14 ประตู
46 – 60 นาที ได้ 13 ประตู
61- 75 นาที ได้ 17 ประตู
76 – 90 นาที ได้ 24 ประตู
** ในปี 2011 เมสซี่ ยิงประตูในช่วง 10 ทีแรกไม่ได้เลย
ยิงประตูให้กับบาร์เซโลน่าไป 79 ประตู

ยิงประตูให้กับทีมชาติอาร์เจนติน่าไป 12 ประตู
ยิงประตูใน ลาลี ก้า 59 ประตู
ยิงประตูใน แชมเปี้ยนส์ ลีก 13 ประตู
ยิงประตูใน โคป้า เดล เลย์ 5 ประตู
ยิงประตูใน สแปนิช ซูเปอร์คัพ 2 ประตู
ยิงประตูใน ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก 5 ประตู
ยิงประตูใน เกมกระชับมิตร 7 ประตู
ยิงประตูในแต่ละเดือน
มกราคม 7 ประตู
กุมภาพันธ์ 10 ประตู
มีนาคม 13 ประตู
เมษายน 9 ประตู
พฤษภาคม 8 ประตู
มิถุนายน 4 ประตู
กรกฎาคม 0 ประตู
สิงหาคม 7 ประตู
กันยายน 5 ประตู
ตุลาคม 10 ประตู
พฤศจิกายน 9 ประตู

ธันวาคม 9 ประตู
ระยะทางการทำประตู 14.8 หลา หรือประมาณ 13.5 เมตร
ช่วงเวลาในการยิงประตู
ช่วงกลางวัน(ก่อนพระอาทิตย์ตกดิน) : 16 ประตู เท่ากับ 571 นาที
ที่ลงเล่น คิดเป็น 36 นาทีต่อประตู
ช่วงกลางคืน : 75 ประตู เท่ากับ 5,402 นาที ที่ลงเล่น คิดเป็น 72
นาทีต่อประตู
ช่วงเวลาทั้งหมดที่ เมสซี่ ยิงได้ มี 37 นาที คือ 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9, 10,
13, 14, 15, 19, 21, 23, 24, 26, 30, 32, 36, 37, 38, 40, 46, 50, 53, 54, 55,
62, 66, 68, 69, 75, 82, 83, 87

ดูจากตัวเลขที่บ่งบอกแล้ว ไม่แปลกเลยที่แข้งอาเจนไตน์รายนี้ได้รับรางวัลมากมายตลอดชีวิตค้าแข้งของเขา

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอลสด ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

ราคาไม่เคยตก! “ลิโอเนล เมสซี่” ยังคงครองค่าตัวที่แพงที่สุดในโลกอยู่

ลิโอเนล เมสซี่ ยังคงเป็นนักฟุตบอลที่มีค่าตัวแพงที่สุดในโลกจากการประเมินของ ซีไออีเอส ด้วยมูลค่าสูงถึง 8,800 ล้าน ทิ้งห่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ แบบไม่เห็นฝุ่น

ลิโอเนล เมสซี่ สตาร์ดังแห่ง ลาลีกา ถูกประเมินค่าตัวของตนจาก ซีไออีเอส ว่าเขาเป็นแข้งที่มีค่าตัวแพงมากเป็นอันดับ 1 ของโลก ถึงแม้ช่วงนี้จะมีการทุ่มซื้อแข้งระดับโลกมากมายอย่างบ้าคลั่ง แต่ก็ยังไม่มีทีมไหนกล้าทุ่มงบกระชักแข้งต่างดาวรายนี้ได้

ลิโอเนล เมสซี่

ศูนย์การศึกษาเพื่อกีฬานานาชาติหรือซีไออีเอสของประเทศสวิตเซอร์แลนด์เปิดเผยผลวิจัยเรื่องค่าตัวนักฟุตบอลในยุคปัจจุบันโดยประเมินจากประสิทธิภาพของผู้เล่น อายุ สัญญาที่เหลือกับทีมต้นสังกัดและผลงานปัจจุบันซึ่งได้เริ่มทำวิจัยในเรื่องดังกล่าวกันมาตั้งแต่ปี 2009 ภายใต้ข้อมูลพื้นฐานของการโยกย้ายนักเตะมากกว่า 1,500 กรณี ปรากฏว่า ลิโอเนล เมสซี ดาวเตะกัปตันทีมชาติอาร์เจนตินาของ “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลน่า ยักษ์ใหญ่แห่งศึกลาลีกา สเปน ขึ้นแท่นเป็นนักฟุตบอลที่มีค่าตัวจากการประเมินแพงที่สุดในโลกด้วยมูลค่าทางการตลาดสูงถึง 220 ล้านยูโร(ประมาณ 8,800 ล้านบาท)

แม้ดาวเตะวัย 27 ปีรายนี้จะไร้ความสำเร็จจากในช่วงตลอดปี 2014 ไม่ว่าจะเป็นในระดับสโมสรที่ทำได้เพียงดับเบิลรองแชมป์ถึง 2 รายการ คือ รองแชมป์ลาลีกา สเปน และรองแชมป์โคปา เดล เรย์ รวมถึงในเกมระดับชาติที่นำทีมชาติบ้านเกิด “ฟ้าขาว” อาร์เจนตินา ไปได้ไกลที่สุดเพียงแค่ตำแหน่งรองแชมป์ฟุตบอลโลก 2014 เท่านั้น แต่ เมสซี ยังคงโชว์ฟอร์มในภาพรวมได้อย่างยอดเยี่ยมโดยเฉพาะผลงานการยิงประตูที่ไล่ทุบสถิติต่างๆ ได้หลายรายการจึงยังคงเป็นนักเตะที่มีมูลค่าทางการตลาดมากที่สุดในโลก

ขณะที่อันดับ 2 เป็นของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ปีกกัปตันทีมชาติโปรตุเกสของ “ราชันชุดขาว” รีล มาดริด แชมป์สโมสรโลกจากสเปน ด้วยมูลค่าสูงถึง 133 ล้านยูโร (ประมาณ 5,320 ล้านบาท) ซึ่งน้อยกว่าเมสซี อยู่ถึง 87 ล้านยูโร (ประมาณ 3,480 ล้านบาท) ส่วนอันดับ 3 ได้แก่ เอดอง อาซาร์ด กองกลางทีมชาติเบลเยียมของ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี ยักษ์ใหญ่แห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ด้วยมูลค่า 99 ล้านยูโร (ประมาณ 3,960 ล้านบาท)

ด้าน แกเรธ เบล ปีกทีมชาติเวลส์ของรีล มาดริด รั้งอันดับ 9 แม้จะเป็นเจ้าของสถิตินักเตะที่มีค่าตัวแพงที่สุดในโลกคนปัจจุบัน หลังย้ายมาจาก “ไก่เดือยทอง” สเปอร์ส ทีมดังจากลีกลูกหนังเมืองผู้ดี เมื่อช่วงปี 2013 ด้วยราคาสูงถึง 100 ล้านยูโร (ประมาณ 4,000 ล้านบาท) แต่กลับมีมูลค่าจากประเมินของซีไออีเอสเพียง 60 ล้านยูโร (ประมาณ 2,400 ล้านบาท)

ส่วนในรายของ เนย์มาร์ กองหน้าชื่อดังทีมชาติบราซิลของบาร์เซโลนา ไม่มีรายชื่ออยู่ในกลุ่ม “ท็อปเท็น” ตามโผ 10 อันดับแรก เพราะมีมูลค่าจากประเมินอยู่ที่ 58 ล้านยูโร(ประมาณ 2,320 ล้านบาท) เช่นเดียวกับเพื่อนร่วมทีมต้นสังกัด อย่าง หลุยส์ ซัวเรซ หัวหอกทีมชาติอุรุกวัย ที่รั้งอันดับ 16 มีมูลค่าจากการประเมินอยู่ที่ 48 ล้านยูโร (ประมาณ 1,920 ล้านบาท)

สรุป 10 อันดับแรก 1.ลิโอเนล เมสซี (อาร์เจนตินา/บาร์เซโลนา) 220 ล้านยูโร 2.คริสเตียโน
โรนัลโด (โปรตุเกส/รีล มาดริด) 133 ล้านยูโร 3.เอดอง อาซาร์ด (เบลเยียม/เชลซี) 99 ล้านยูโร 4.ดิเอโก คอสตา (สเปน/เชลซี) 84 ล้านยูโร 5.พอล พ็อกบา(ฝรั่งเศส/ยูเวนตุส) 72 ล้านยูโร 6.เซร์คิโอ อาเกโร(อาร์เจนตินา/แมนฯ ซิตี) 65 ล้านยูโร 7.ราฮีม สเตอร์ลิง (อังกฤษ/ลิเวอร์พูล) 63 ล้านยูโร 8.เชส ฟาเบรกาส (สเปน/เชลซี) 62 ล้านยูโร 9.อเลกซิส ซานเชซ (ชิลี/อาร์เซนอล) 61 ล้านยูโร 10.แกเรธ เบล(เวลส์/รีล มาดริด) 60 ล้านยูโร

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอลสด ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

งานวิวาห์แห่งศตวรรษ! เมสซี จัดงานวิวาห์สุดหรูใน อาร์เจนตินา

ลิโอเนล เมสซี่ นักฟุตบอลทีมชาติอาร์เจนตินาและทีม บาร์เซโลน่า แต่งงานกับแฟนสาวที่คบกันมาตั้งแต่วัยเด็ก

ลิโอเนล เมสซี่ แข้งต่างดาวจาก บาร์เซโลน่า สุดยอดทีมจากเวที ลาลีกา จัดงานที่บ้านเกิดของเขาในอาร์เจนตินาเมื่อวานนี้ (30 มิ.ย.) โดยงานจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่จนได้รับการกล่าวขานว่าเป็น “งานแต่งงานแห่งศตวรรษ”

ลิโอเนล เมสซี่

นักฟุตบอลชื่อดังวัย 30 ปี แต่งงานกับ อันโตเนลลา โรคูซโซ แฟนสาววัย 29 ปี ที่โรงแรมหรูในเมืองโรซาริโอ โดยมีแขกไปร่วมงาน 260 คน ในจำนวนนี้มีทั้งเพื่อนนักฟุตบอลและเหล่าคนดัง อาทิ เพื่อนร่วมทีมบาร์เซโลนาอย่าง ลูอิส ซัวเรซ, เนย์มาร์, เจอร์ราร์ด ปิเก และนักร้องดังภรรยาของเขา ชากีรา ทั้งยังมีตำรวจหลายร้อยนายคอยรักษาความปลอดภัยบริเวณงาน

อย่างไรก็ตาม หนังสือพิมพ์คลารินรายงานว่าเมสซีไม่ได้เชิญผู้จัดการทีมคนที่แล้ว ๆ มาของเขา รวมถึง เป็ป กัวร์ดิโอลา ซึ่งคุมทีมแมนเชสเตอร์ซิตีอยู่ในปัจจุบัน สื่อท้องถิ่นรายงานว่า
ดิเอโก มาราโดนา นักฟุตบอลในตำนานของอาร์เจนตินาก็ไม่ได้อยู่ในรายชื่อแขกที่ได้รับเชิญเช่นกัน

นักเตะศูนย์หน้าของทีมชาติอาร์เจนตินาและทีมบาร์เซโลนารู้จักกับแฟนสาวครั้งแรกตั้งแต่เขายังเป็นเด็กก่อนที่จะย้ายไปสเปนตอนอายุเพียง 13 ปี

หนังสือพิมพ์คลารินของอาร์เจนตินาบรรยายงานแต่งงานนี้ไว้หลากหลายทั้ง “งานแต่งงานแห่งปี” และ “งานแต่งงานแห่งศตวรรษ”

ก่อนงานเริ่มฝูงชนพากันไปรวมตัวกันที่สนามบินท้องถิ่นของเมืองโดยหวังจะได้เห็นแขกผู้มีชื่อเสียงที่มาร่วมงานบริษัทรักษาความปลอดภัยตั้งศูนย์ปฏิบัติงานอยู่ภายในตัวโรงแรมเพื่อป้อง
กันไม่ให้บุคคลที่ไม่ได้รับเชิญแอบเข้างานได้

ผู้จัดงานระบุว่า มีนักข่าวประมาณ 150 คน ที่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปอยู่ในบริเวณที่จัดไว้ให้สื่อมวลชนแต่ก็ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในทุกพื้นของงาน

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอลสด วิเคราะห์บอล ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

‘เมสซี่’ เริ่มต้นฤดูกาลด้วยการเปลี่ยนลุคครั้งใหญ่ เซอร์ไพรส์แฟนบอลทุกคน

ลิโอเนล เมสซี่ เปลี่ยนสีผมเป็นสีแพลทตินั่มบลอนด์ และเริ่มไว้หนวดเคราโดยให้เหตุผลในการเปลี่ยนลุคครั้งนี้ว่าต้องการรู้สึกถึงการเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ ในปี 2017-2018

ลิโอเนล เมสซี่ สุดยอดแข้งดังระดับโลกของ บาร์เซโลน่า สุดยอดสโมสรแห่งเวที ลาลีกา ได้ทำการเปลี่ยนแปลงตนเองด้วยการไว้หนวดเครา ซึ่งให้เหตุผลว่า ทำให้เหมือนการเริ่มต้นใหม่ ต้อนรับฤดูกาลใหม่ที่กำลังจะมาถึง

ลิโอเนล เมสซี่

วันที่ 17 สิงหาคม 2016 เมสซี่พา บาร์เซโลน่า คว้าแชมป์แรกของฤดูกาล คือ แชมป์สแปนิช ซูเปอร์คัพ (ซูเปร์โคปา เด เอสปาญา) โดยเอาชนะเซบีญาไปได้ทั้ง 2 เลคเหย้าเยือน ซึ่งรวม 2 เลค เมสซี่ทำได้ 1 ประตู 2 แอสซิสต์ เป็น Man of The Match ของทั้ง 2 นัด แชมป์นี้เป็นแชมป์ที่ 29
ของเมสซี่กับบาร์เซโลน่าแต่เป็นแชมป์ถ้วยแรกที่เมสซี่ได้รับในฐานะกัปตันทีมของบาร์เซโลน่า
เนื่องจากอันเดรส อิเนียสต้า กัปตันทีมที่ 1 นั้นไม่ได้ลงเล่นในนัดนี้

วันที่ 20 สิงหาคม 2016 เมสซี่ทำได้ 2 ประตูกับ 1 แอสซิสต์ ในเกมลีค นัดเปิดฤดูกาล โดยบาร์เซโลนาเปิดบ้านเอาชนะ เรอัล เบติส ไปได้ 6-2 ประตู โดยเมสซี่ได้คะแนนความสามารถเต็ม 10
และเป็น Man of The Match ในนัดนี้

วันที่ 13 กันยายน 2016 เมสซี่ทำแฮตทริกที่ 40 ในชีวิตการค้าแข้งได้ โดยเมสซี่ทำแฮตทริก
และ 1 แอสซิสต์ ในเกมบาร์เซโลนา เปิดบ้านรับกลาสโกลว์ เซลติก ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก นัดแรก รอบแบ่งกลุ่มแฮตทริกครั้งนี้ถือเป็นแฮตทริกที่ 6 ของเมสซี่ในการแข่งขันยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก

วันที่ 17 กันยายน 2016 เมสซี่เป็นนักฟุตบอลคนแรกของลาลีกา สเปน ที่สามารถทำประตูได้ใน 34 สนามแตกต่างกัน จากการเบิ้ลทำ 2 ประตู กับอีก 1 แอสซิสต์ ในเกมลีกที่บาร์เซโลน่าออกไปเยือนสนาม เอสตาดิโอ มูนิซิปาล บูร์ตาเก้ของเลกาเนส ทำลายสถิติเดิมของ ราอูล กอนซาเลซ ที่เคยทำไว้ 33 สนาม[208]

วันที่ 21 กันยายน 2016 ในเกมลีก นัดบาร์เซโลน่า เปิดบ้านรับแอตเลติโก มาดริด เมสซี่ ได้รับบาดเจ็บกล้ามเนื้อโคนขาหนีบด้านขวาจากจังหวะปะทะกับ ดิเอโก้ โกดิน จนเล่นต่อไม่ไหว
ต้องเปลี่ยนตัวออก ซึ่งหลังจากเมสซี่ถูกเปลี่ยนตัวออกบาร์เซโลนาก็ถูกตีเสมอ จบเกมที่ 1-1 ประตู
โดยผลการตรวจออกมาว่าเมสซี่ต้องพักรักษาตัว 3 สัปดาห์

วันที่ 15 ตุลาคม 2016 เมสซี่กลับมาลงสนามได้ในเกมลีก นัดเหย้า ระหว่างบาร์เซโลนา และ
เดปอร์ติโว ลากอรุนญา โดยเป็นตัวสำรองถูกส่งลงสนามในนาทีที่ 54 และแผลงฤทธิ์ทันที
โดยสัมผัสแรกของเขา ในนาทีที่ 57 คือการยิงประตูที่ 4 ให้บาร์เซโลนาเอาชนะคู่แข่งไปได้อย่าง
สวยงาม

วันที่ 19 ตุลาคม 2016 เกมแชมเปี้ยนส์ลีก นัดเปิดบ้านรับสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ซิตี
เมสซี่ทำแฮตทริกที่ 2 ของฤดูกาลได้สำเร็จ และในวันที่ 22 ตุลาคม 2016 เมสซี่ยิง 2 ประตูในเกมลีกช่วยให้บาร์เซโลนาเอาชนะบาเลนเซียไปได้อย่างฉิวเฉียดที่สนามเมสตาย่าของบาเลนเซีย

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอล ไฮไลท์ฟุตบอล นักฟุตบอลคนอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ